Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59725)

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ฎีกาดุลพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นเจตนาฉ้อโกงประชาชน จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับโจทก์ทั้งหกเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าขอให้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยจากคำฟ้องและพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาในศาลชั้นต้น แล้วปรับบทกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343หรือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 134)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,341,343ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องแต่ไม่ได้ตัวจำเลยที่ 4 ที่ 5 มาพิจารณา ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ที่ 5 ไว้ชั่วคราวศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 131)โจทก์ทั้งหกจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 132)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มิได้หลอกลวงโจทก์ทั้งหก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง พิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 หลอกลวงโจทก์ทั้งหกเป็นรายบุคคล มิใช่หลอกลวงบุคคลทั่วไป เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341แต่โจทก์ทั้งหกร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีจำเลยที่ 5 คนเดียว ฟ้องโจทก์ทั้งหกสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงขาดอายุความนั้น เป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามมาตรา 343 โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ทั้งหกฎีกาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นการหลอกลวงประชาชนทั่วไป มิใช่เป็นรายบุคคล ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งหกศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1837/2532นายบุญเส็ง ชนิวงศ์ กับพวกโจทก์นางวิลัย แกล้ววิกย์กรณ์ กับพวกจำเลยนายบุญเส็ง ธนิวงศ์ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายอุทัย วงศ์ศรี ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายบัวกัน ปูตะภาค ที่ 3ผู้ยื่นคำร้องนายกัญหา สารี ที่ 4ผู้ยื่นคำร้องนายบุญถิน บุตรักษ์ ที่ 5ผู้ยื่นคำร้อ ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

โจทก์ฎีกาดุลพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นเจตนาฉ้อโกงประชาชน จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับโจทก์ทั้งหกเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าขอให้ศาลฎีกาได้วินิจฉัยจากคำฟ้องและพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาในศาลชั้นต้น แล้วปรับบทกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343หรือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 134)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,341,343ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว

เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องแต่ไม่ได้ตัวจำเลยที่ 4 ที่ 5 มาพิจารณา ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจับและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ที่ 5 ไว้ชั่วคราวศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 131)โจทก์ทั้งหกจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 132)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มิได้หลอกลวงโจทก์ทั้งหก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่มีความผิดฐานฉ้อโกง

Result

พิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 หลอกลวงโจทก์ทั้งหกเป็นรายบุคคล มิใช่หลอกลวงบุคคลทั่วไป เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341แต่โจทก์ทั้งหกร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีจำเลยที่ 5 คนเดียว ฟ้องโจทก์ทั้งหกสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงขาดอายุความนั้น เป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามมาตรา 343 โดยอาศัยข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ทั้งหกฎีกาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นการหลอกลวงประชาชนทั่วไป มิใช่เป็นรายบุคคล ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งหกศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · เดชา สุวรรณโณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2907/2551

จำเลยเดินไปหยิบเอาเงินเหรียญกษาปณ์ของผู้เสียหาย โดยจำเลยไม่ได้พูดหรือทำกิริยาอาการอย่างใดที่ขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือได้ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย แต่หลังจากจำเลยหยิบเอาเงินเหรีย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57137)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อพิเคราะห์ ฎีกาของจำเลยแล้ว ปรากฏว่าเป็นกรณีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แม้จำเลยจะอ้างว่าฎีกาปัญหาข้อกฎหมายประกอบข้อเท็จจริง แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จะน…

Supreme Court Judgment No. 3533/2535

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคหนึ่ง,83 และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 82 เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท…

Supreme Court Judgment No. 2720/2532

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความในคดีแพ่งนั้นเป็นความเท็จแต่มิได้เป็นข้อสำคัญในคดี พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้แจ้งชัดว่าจำเลยเบิกความเท็จมีความเห็นพ้อง ด้ว…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59901)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up