Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 599/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สัญญาเช่าที่ดินเพื่อทำนาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 แม้ทำสัญญาเช่าก่อนพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 ใช้บังคับ เมื่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับแล้วยังมีบทบัญญัติว่าการเช่านารายใดอยู่ในบังคับ พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา ให้ถือว่าการเช่านารายนั้นอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ต่อไป ดังนั้น การเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนดการเช่าจะต้องทำเป็นหนังสือต่อหน้านายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมายตามมาตรา 30(3) แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาเลิกเช่าที่นากันโดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือต่อหน้านายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมายสัญญาดังกล่าวจึงไม่มีผลเป็นการเลิกสัญญาเช่าโดยชอบด้วยกฎหมายปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน.

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 36 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 Section 30

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์ทั้งเจ็ดเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 546, 2551 และ 545 แขวงบางชัน เขตมีนบุรีกรุงเทพมหานคร วันที่ 6 มกราคม 2523 จำเลยได้เช่าที่ดินโจทก์มีกำหนด3 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยขออาศัยอยู่ ต่อมาวันที่ 22 พฤษภาคม2529 จำเลยสัญญาว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์ภายในกำหนด 1 เดือน แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมจำเลยทำสัญญาให้ความยินยอมให้ผู้ให้เช่าเลิกสัญญาเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2551 เพียงแปลงเดียวจำเลยยังคงทำนาตลอดมา และยังไม่ครบกำหนดเวลาเช่าตามกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

โจทก์เลิกเช่าโดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท กับให้ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่พิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเช่าที่ดินโจทก์เพื่อทำนา ย่อมอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 แม้พระราชบัญญัติดังกล่าวจะถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 แล้ว แต่มาตรา 66 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้บัญญัติว่า"การเช่านารายใดอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 ให้ถือว่าการเช่านารายนั้นเป็นการเช่านาที่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ต่อไป"

การเช่านารายนี้จึงอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่า สัญญาเช่าจะมีอายุเพียง 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2523 ก็ตาม แต่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 มาตรา 5 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นบัญญัติว่า"การเช่านาให้มีกำหนดคราวละไม่น้อยกว่า 6 ปี การเช่านารายใดที่ทำไว้โดยไม่มีกำหนดเวลาหรือมีแต่ต่ำกว่า 6 ปี ให้ถือว่าการเช่ารายนั้นมีกำหนดเวลา6 ปี" การเช่ารายนี้จึงมีกำหนดการเช่า 6 ปี ซึ่งย่อมครบกำหนดในวันที่ 6 มกราคม 2529 อันเป็นเวลาที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ใช้บังคับแล้ว การบอกเลิก การเช่าหรือการสิ้นสุดของการเช่าจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เมื่อโจทก์ยังไม่ได้บอกเลิกการเช่าตามพระราชบัญญัตินี้และจำเลยยังคงทำนาอยู่จึงต้องถือว่าการเช่านาพิพาทมีตอ่

ไปอีกคราวละ 6 ปีตามบทบัญญัติมาตรา 62 วรรคสอง การเช่านาอาจสิ้นสุดก่อนกำหนดระยะเวลาเช่า โดยผู้เช่านาและผู้ให้เช่านาตกลงเลิกการเช่าต่อกันจะต้องทำเป็นหนังสือต่อหน้านายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมายตามบทบัญญัติ มาตรา 30(3) แต่ตามหนังสือตกลงการเลิกสัญญาเช่านาที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้นั้นไม่ได้กระทำต่อหน้านายอำเภอหรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย หนังสือดังกล่าวจึงไม่มีผลเป็นการเลิกสัญญาเช่านาโดยชอบด้วยกฎหมาย ข้อกฎหมายดังกล่าวนี้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนเนื่องจากพระราชบัญญัตินี้ประสงค์จะคุ้มครองเกษตรกรผู้ทำนา จึงได้บัญญัติให้การตกลงต่าง ๆ จะต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่กำหนด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ชุม สุกแสงเปล่ง · พินิจ ฉิมพาลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5095/2561

จำเลยที่ 3 เช่าที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 633 และ 23993 ตำบลโคกแฝด อำเภอหนองจอก (แสนแสบ) กรุงเทพมหานคร บางส่วนจากบริษัท อ. ทำนาปลูกข้าวเป็นระยะเวลาประมาณ 30 ปี ก่อนที่โจทก์จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ต่อม…

Supreme Court Judgment No. 1776/2539

คดีก่อนที่โจทก์ฟ้องจำเลยได้ถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทเพื่อทำนาจำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2524เมื่อโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 3749/2534

ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมฯ นั้น กฎหมายประสงค์ให้ความคุ้มครองถึงผู้เช่าช่วงโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าด้วย นายท.บิดานาย ป.เช่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ถึง298 ไร่ จากนาง จ. มารดาโจทก์มา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up