Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61668)

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2,3 และ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาโดยอาศัยข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 สำหรับข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการทำลายเอกสารในคดีนี้น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนหรือไม่เป็นการไม่ชอบนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2,3,4 ไม่ได้ร่วมกระทำความผิดแล้วฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีที่ควรได้รับการวินิจฉัยในศาลฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่าฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญซึ่งหากศาลฎีการับวินิจฉัยแล้วย่อมมีผลเปลี่ยนแปลงให้ศาลประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไป อีกทั้งเป็นกรณีชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น แม้ฎีกาโจทก์จะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้ง 4 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมาย(อันดับ 79,74 และ 72)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188,83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 68)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 70)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาโดยอ้างว่า เป็นกรณีชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น แม้ฎีกาโจทก์จะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170วรรคแรก บัญญัติว่า "คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดแต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา" ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์โดยอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว สำหรับข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นอ้างเป็นฎีกามานั้น ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 796/2531นายนิทัศน์ นันทนาหรือนันทะนาโจทก์นายสนอง หอมทรัพย์ กับพวกจำเลยนายนิทัศน์ นันทนาหรือนันทะนา โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2,3 และ 4 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาโดยอาศัยข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 สำหรับข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยตามข้ออุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าการทำลายเอกสารในคดีนี้น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนหรือไม่เป็นการไม่ชอบนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2,3,4 ไม่ได้ร่วมกระทำความผิดแล้วฎีกาของโจทก์ในข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีที่ควรได้รับการวินิจฉัยในศาลฎีกา จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่าฎีกาโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญซึ่งหากศาลฎีการับวินิจฉัยแล้วย่อมมีผลเปลี่ยนแปลงให้ศาลประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ไว้พิจารณาต่อไป

อีกทั้งเป็นกรณีชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น แม้ฎีกาโจทก์จะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยทั้ง 4 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วโดยวิธีปิดหมาย(อันดับ 79,74 และ 72)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188,83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ประทับฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 68)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 70)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาโดยอ้างว่า เป็นกรณีชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์เท่านั้น

แม้ฎีกาโจทก์จะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170วรรคแรก บัญญัติว่า "คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดแต่คำสั่งที่ว่าคดีไม่มีมูลนั้น โจทก์มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยลักษณะอุทธรณ์ฎีกา" ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์โดยอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว สำหรับข้อกฎหมายที่โจทก์ยกขึ้นอ้างเป็นฎีกามานั้น ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · ชวลิต นราลัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4813/2554

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์มาโดยไม่มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาจึงเป็…

Supreme Court Judgment, B.E. 2532 (ref. 59651)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะความผิดตามมาตรา 172 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับโจทก์เห็นว่า การ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61482)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริงทั้งหมดต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ยกฎีกาโจทก์โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายเรื่องการตีความเอกสา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61788)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลอาญาธนบุรีโดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอรับฟังว่าจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จหรือน่าจะเบิกความเท็จ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ห้ามอ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2530 (ref. 61293)

ความว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220มีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up