Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 676/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บริษัทลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ผู้ชำระบัญชีจึงตกลงประนอมหนี้กับเจ้าหนี้บางรายที่เป็นผู้ทรงเช็คโดยขอชำระหนี้ 21.2% เพื่อให้คดีอาญาที่เจ้าหนี้ตามเช็คบางรายฟ้อง กรรมการบริษัทลูกหนี้เป็นอันระงับไป ดังนี้ เมื่อเจ้าหนี้ผู้ทรงเช็คดังกล่าวรับชำระหนี้ตามข้อตกลงในการประนอมหนี้นั้น โดยรู้ถึงภาระหนี้สินล้นพ้นตัวของบริษัทลูกหนี้ย่อมถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้รับชำระหนี้โดยสุจริตตามพระราชบัญญัติล้มละลาย มาตรา 114 มาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511 มาตรา 30 ระบุชัดแจ้งว่ามิได้ห้ามเฉพาะการโอนทรัพย์สินเท่านั้น แต่รวมถึงการกระทำใดๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย ดังนั้น การชำระหนี้ของบริษัทลูกหนี้ตามข้อตกลงประนอมหนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามความหมายแห่งมาตราดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างบริษัทลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ให้เจ้าหนี้คืนเงินที่รับไปและให้เสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินดังกล่าวนับแต่วันศาลสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เจ้าหนี้คืนเงินพร้อมดอกเบี้ยโดยมิได้กล่าวว่าให้ชำระตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด ดังนี้ เป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้ไขเพิ่มความให้ครบได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทลูกหนี้ผู้ล้มละลายยื่นคำร้องว่า นายเอาวตาร์ ซิงห์จาวลา เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ทรงเช็ค ๕ ฉบับ ได้ตกลงประนอมหนี้กับบริษัทลูกหนี้ โดยลูกหนี้ยอมจ่ายเงินตามเช็ค ๒๑.๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๘๐,๓๔๘ บาท เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๑๕ อันเป็นเวลาภายใน ๓ ปีก่อนผู้ชำระบัญชีร้องขอให้บริษัทลูกหนี้ล้มละลาย เป็นการต้องห้ามตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา ๑๑๔ ขอให้สั่งเพิกถอนการชำระหนี้ดังกล่าวให้เจ้าหนี้คืนเงิน ๘๐,๓๔๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ศาลสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นายเอาวตาร์ ซิงห์จาวลา เจ้าหนี้ให้การว่า รับชำระหนี้โดยมิได้รู้ถึงการที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว เป็นการกระทำโดยสุจริต จะเพิกถอนไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้ตามคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้เจ้าหนี้คืนเงิน ๘๐,๓๔๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว แก่เจ้าพนักงานกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม นายเอาวตาร์ซิงห์จาวลาเจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายเอาวตาร์ซิงห์จาวลาเจ้าหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่เจ้าหนี้ผู้คัดค้านฎีกาว่า เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยสุจริต มิได้ล่วงรู้ถึงการมีหนี้สินล้นพ้นตัวของบริษัทลูกหนี้นั้น ข้อนี้นางประภา ชาญอนุเดช สมุหบัญชีบริษัทลูกหนี้เบิกความเป็นพยานเจ้าหนี้ว่านางประภาเข้าประชุมประนอมหนี้ทุกครั้งก่อนทำการประชุมทางบริษัทลูกหนี้แจกบัญชีงบดุลและบัญชีเจ้าหนี้ ลูกหนี้ให้เจ้าหนี้ผู้เข้าประชุมทุกคน เจ้าหนี้รายนี้ก็เข้าประชุมด้วย เหตุที่เจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้ ๒๑.๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะเห็นตัวเลขแล้วว่าทรัพย์สินของบริษัทลูกหนี้มีไม่พอชำระหนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ความดังนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ชัดว่าเจ้าหนี้รู้ถึงภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวของบริษัทลูกหนี้แล้ว ถือไม่ได้ว่าเจ้าหนี้รับชำระหนี้โดยสุจริต

ส่วนฎีกาของเจ้าหนี้ผู้คัดค้านที่ว่า กรณีนี้เป็นการชำระหนี้โดยเสร็จเด็ดขาดแล้ว มิใช่การโอนทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๔ อันจะต้องขอให้เพิกถอนได้นั้น ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๐ บัญญัติว่า "การโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งลูกหนี้ได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้น ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนการโอนหรือการกระทำนั้นได้ เว้นแต่ผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์จะแสดงให้พอใจศาลว่าการโอนหรือการกระทำนั้นได้กระทำโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน"

ความในมาตรานี้ระบุชัดแจ้งว่ามิได้ห้ามเฉพาะการโอนทรัพย์สินเท่านั้น แต่รวมถึงการกระทำใดๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ด้วย การชำระหนี้ของบริษัทลูกหนี้ตามข้อตกลงประนอมหนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามความหมายแห่งมาตราดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาให้เพิกถอนการชำระหนี้ชอบแล้ว ฎีกาเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง เกี่ยวกับดอกเบี้ย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอให้เจ้าหนี้ชำระนับตั้งแต่วันที่ศาลสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ แต่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมิได้กล่าวว่าให้ชำระตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด อันเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขเพิ่มความให้ครบ

Result

พิพากษายืน เว้นแต่เรื่องดอกเบี้ยให้เจ้าหนี้ผู้คัดค้านชำระนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ

Matter details

Panel of judges
กุศล บุญยืน · ชุ่ม สุนทรชัย · ไพโรจน์ ไวกาสี
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสำเนา ดิษยบุตร
ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจนสุพจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6210/2534

จำเลยที่ 2 กู้เงินผู้คัดค้านสองจำนวน จำนวนละ 500,000 บาทจำนวนแรกไม่ได้มีหลักฐานการกู้ เพียงออกเช็ค 2 ฉบับไม่ลงวันที่มอบให้ผู้คัดค้านยึดถือจำนวนที่สองนำที่ดินพิพาท 8 แปลงมาจำนองยอมให้ถือว่าสัญญาจำนองเป…

Supreme Court Judgment No. 99/2568

ตามคำร้องของโจทก์ทั้งสี่ มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 แต่เป็นความผิดพลาดของโจทก์ทั้งสี่เอง ที่พิมพ์เลขโฉนดที่ดินในคำร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคด…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 719899)

โจทก์ที่ 6 พิมพ์ชื่อสกุลโจทก์ที่ 6 ในคำฟ้องจาก "จิร" ผิดพลาดเป็น "จิระ" มิใช่เป็นกรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งมีข้อผิดพลาดหรือข้อผิดหลงเล็กน้อยที่ศาลจะมีคำสั่งแก้ไขตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 โจทก์ที่ 6 ชอบที่จะย…

Supreme Court Judgment No. 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

Supreme Court Judgment No. 3929/2561

คดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในประเด็นแรกที่ว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 หรือไม่ โดยรับฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 2 จากนั้นได้วินิจฉัยในประเด็นที่สองว่า จำเลยทั้งสองต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up