Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 713/2469

พ.ศ. 2469 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เลมิดเรือโดนกัน น่าที่ใช้ความระวังหลักความเลินเล่อ ฎีกา 271/2467

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 Section 109 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 Section 304 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 Section 305 พ.ร.บ.ป้องกันเหตุเรือโดนกัน พ.ศ.2456 Section 20 พ.ร.บ.ป้องกันเหตุเรือโดนกัน พ.ศ.2456 Section 21

คำฟ้องและคำให้การ

โจทย์ฟ้องว่า เรือยนต์กิสนาแล่นชนเรือของโจทย์จมลง จำเลยต่อสู้ว่า เหตุที่เกิดเรือโดนกันนั้นเปนด้วยนายเรือโป๊ะเลินเล่อและเลมิดข้อบังคับป้องกันเหตุเรือโดนกัน ศาลต่างประเทศตัดสินยกฟ้องโจทย์ โดยฟังว่าโจทย์จำเลยมิได้เลินเล่อ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว ฟังว่า (๑) เรือโป๊ะแล่นก้าวผ่านตัดหัวเรือยนต์ทีโอเบียและเรือยนต์กิสนาจำเลย เปนการเลมิดร้ายแรงต่อ พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ. ๒๔๕๖ ม.๑๐๙ (๒) เรือยนต์กิสนาก็มีความผิดเหมือนกันเพราะเหตุว่า เมื่อนายเรือยนต์เห็นว่าจะเปลี่ยนทางเดินไม่ได้แล้ว ควรหยุดเครื่องหรือเดินถอยหลังให้เร็วขึ้น และนายเรือยนต์หลีกเรือโป๊ะใกล้เกินไป กับทั้งไม่ได้ทำการป้องกันไม่ให้เกิดโดนกัน แต่ศาลอุทธรณ์กลับวินิจฉัยว่า เรือโดยกันนี้เพราะความผิดของนายเรือเปนส่วนมา จึงตัดสินให้นายเรือยนต์รับผิดเพียง ๑ ใน ๓ ตาม พ.ร.บ.เดิมเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.๒๔๕๖ ม.๓๕๐ โจทย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ต้องใช้กฎหมายว่าด้วยเลินเล่อประกอบด้วย เพราะฉนั้นศาลฎีกาไม่จำต้องถือตาม และหลักของการเลินเล่อมีดังนี้ คือ (๑)ฝ่ายหนึ่งเลินเล่อก่อนซึ่งไม่อาจทำให้เกิดเสียหายเว้นแต่ฝ่ายหนึ่งจะเลินเล่อขึ้นภายหลังฝ่ายที่เลินเล่อภายหลังจะต้องรับผิดชอบ (๒) ฝ่ายหนึ่งเลินเล่อก่อนในเวลาปัจจุบันทันด่วนจนไม่มีเวลาที่จะคิดการแน่แท้แล้วไปผิดหลงกระทำความผิดขึ้น ฝ่ายที่ทำผิดครั้งหลังไม่ต้องรับผิด (๓) เลินเล่อด้วยกันทั้งสองฝ่ายโดยไม่สามารถจะชี้ได้ว่าใครเลินเล่อแล้ว ต้องแบ่งรับค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.๒๔๕๖ ม.๓๐๔ และ ๓๐๕ ในคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เรือยนต์เห็นเรือโป๊ะแล่นก้าวหน้าในระยะห่างกันประมาณ ๓ ไมล์และในเวลานั้น

ลมก็ไม่มี นายเรือยนต์รู้ดีแล้วว่าเรือโป๊ะจะแล่นผ่านไม่ทัน จึงได้เปิดแตรขอทางให้เรือโป๊ะหลีก (การที่ให้เรือใบหลีกทางให้นั้นเปนการขัดต่อ พ.ร.บ. ป้องกันเหตุเรือโดนกัน พ.ศ.๒๔๕๖ ม. ๒๐ ซึ่งบัญญัติให้เรือกลไฟหลีกเรือใบ และ ม.๒๑ บัญญัติว่า ให้เรือใบคงแล่นตามทางของตน เมื่อนายเรือยนต์เห็นท่าไม่ดี จึงเลี่ยงอันตราเดินน่าเร็วที่สุดดังนี้เป็นความผิดของนายเรือยนต์ ถ้านายเรือยนต์แล่นถอยหลังเต็มที่แล้ว ก็จะไม่เกิดอันตราย เพราะฉนั้น นายเรือยนต์ขาดความระมัดระวัง และฝีมืออันควร เหตุที่ใกล้ขีดทำให้เสียหายนี้ก็คือ เรือยนต์ขาดความระมัดระวังในตอนหลังตามพอควร

Result

จึงพิพากษาให้เรือยนต์ใช้ค่าเสียหายเต็มตามที่โจทย์ได้เสียไป

Matter details

Panel of judges
บัส · จินดา · พรหม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up