เนื้อความคำพิพากษา
โจทฟ้องว่า จำเลยไช้มีดงัดสถานที่เก็บทรัพย์ของเหมืองแร่ฮีเงะ อันเปนเหมืองแร่ของธรนสัตรู ซึ่งรัถบาลไทยได้ยึดไว้ตามกดหมายและมอบไห้หยู่ไนความดูแลรักสาของกรมโลหะกิจ แล้วลักเอกทรัพย์ไป จำเลยไห้การปติเสธ สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสาไห้ลงโทสจำคุกจำเลย ๒ ปีตามมาตรา ๒๙๔ ตอนท้าย จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสากลับไห้ยกฟ้องโจท โจทดีกา สาลดีกาฟังว่า จำเลยได้ทำการลักทรัพย์มาจากเหมืองแร่สีงะจิง แต่ไม่เห็นพ้องที่ไห้ลงโทสตามมาตรา ๒๙๔ ตอนท้าย เพราะคดีนี้ไม่พอฟังว่าจำเลยลักโดยงัดหรือมีอาวุธ และโจทก็ยังไม่ได้สแดงไห้เห็นว่าทรัพย์เหล่านี้ รัถบาลทำการยึดไว้เพื่อไช้ไนราชการ จึงพิพากสากลับไห้ลงโทสจำเลยตามมาตรา ๒๙๓(๑๑),๕๙ กดหมายลักสนะอาญา คงจำคุกจำเลย ๑ ปี