เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์จึงไม่จำต้องบรรยายฟ้องถึงนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้เอาประกันภัยกับผู้ทำละเมิดอีก ฟ้องโจทก์จึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างซึ่งอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาครบถ้วนแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนปัญหาข้ออื่นนั้น ศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัย แต่เมื่อคู่ความสืบพยานกันจนเสร็จสิ้นแล้ว ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวน ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ชข 5736 กรุงเทพมหานคร จำเลยเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์แท็กซี่ หมายเลขทะเบียน
จ - 9529 กรุงเทพมหานคร วันเกิดเหตุนายคำฝานขับรถยนต์คันที่จำเลยรับประกันภัยไว้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์นำรถยนต์เข้าซ่อมและชำระเงินค่าซ่อมแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทของนายคำฝานหรือไม่ โจทก์มีนายเสรี ผู้รับมอบอำนาจช่วงโจทก์เบิกความว่า หลังเกิดเหตุ โจทก์ส่งพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุเดินทางไปตรวจสอบและบันทึกถ้อยคำของนายคณิตสันติ์ไว้ตามสำเนาแบบแจ้งอุบัติเหตุและใบรับรองความเสียหาย พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นว่าเหตุเกิดจากความประมาทของนายคำฝาน จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายคำฝานว่าขับรถยนต์โดยประมาทชนรถผู้อื่นได้รับความเสียหาย
นายคำฝานให้การรับสารภาพและยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับ เมื่อพิจารณาแผนที่เกิดเหตุท้ายแบบแจ้งอุบัติเหตุประกอบถ้อยคำที่นายคณิตสันติ์ให้ต่อพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุของโจทก์หลังเกิดเหตุทันที เห็นว่า จุดเฉี่ยวชนอยู่ในช่องเดินรถที่สามก่อนขึ้นทางด่วนโดยนายคำฝานขับรถออกจากซอยเพื่อออกสู่ถนนหลักตัดช่องเดินรถถึงสามช่อง หากใช้ความระมัดระวังโดยชะลอความเร็วของรถและดูให้ดีก่อนว่าบนถนนหลักมีรถผ่านมาหรือไม่ ก็จะไม่มีเหตุเฉี่ยวชนกัน สอดคล้องกับคำให้การรับสารภาพของนายคำฝานต่อพนักงานสอบสวนว่าเป็นฝ่ายประมาท พยานโจทก์จึงมีน้ำหนักให้รับฟัง จำเลยไม่นำสืบหักล้างให้เห็นเป็นอื่น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่าเหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายคำฝาน
เมื่อโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากนายคณิตสันติ์ได้นำรถยนต์เข้าซ่อมและชำระเงินค่าซ่อมแล้ว โจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิของนายคณิตสันติ์ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่นายคำฝานขับรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้ ส่วนปัญหาว่าจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใดนั้น โจทก์นำสืบว่า โจทก์นำรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้เข้าซ่อมที่บริษัทโตโยต้า บอดี้ เซอร์วิส จำกัด โจทก์ควบคุมราคาทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ตามระเบียบของโจทก์และชำระค่าซ่อมเป็นเงิน 142,078.77 บาท ตามใบแจ้งรายการซ่อมและใบแสดงค่าใช้จ่าย จำเลยไม่นำสืบหักล้างให้เห็นเป็นอื่น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เสียค่าซ่อมจริง จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์
Result
พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 142,078.77 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 ตุลาคม 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 9,000 บาท