Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 898/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้แทนโจทก์สั่งให้ลูกจ้างไปซ่อมรถบดถนนที่เสีย ลูกจ้างได้เดินทางไปทันทีและโดยดี แต่รถยนต์ที่ใช้เดินทางไปเกิดเสีย ลูกจ้างช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา 16 น. เศษ จึงใช้การได้ ที่ลูกจ้างไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดถนนก็เพราะเห็นว่าจวนจะหมดเวลาทำงานตามปกติ (17 น.) แล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าลูกจ้างขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์ให้ลูกจ้างออกจากงาน (เมื่อ พ.ศ. 2513) จึงต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงานฯ ซึ่งกำหนดว่าถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ตามอัตราที่กำหนดนั้น มีเจตนารมณ์เพื่อคุมครองลูกจ้างในเรื่องค่าแรงงาน ซึ่งกำหนดอัตราค่าแรงงานไว้ไม่ให้นายจ้างเอาเปรียบลูกจ้าง ถือว่าข้อกำหนดดังกล่าวเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นบทบัญญัติเด็ดขาดซึ่งจะตกลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ดังนั้น การที่โจทก์กับลูกจ้างตกลงกันไม่คิดค่าล่วงเวลาเพราะลูกจ้างขอทำงานในวันหยุดชดใช้วันทำงานปกติที่ขาดงาน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 ใช้บังคับไม่ได้ โจทก์ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ลูกจ้าง

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 113 Section 2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2501 Section 9

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้จ้างนายเจียร มีแก้ว เป็นลูกจ้างทำงานในหน้าที่ซ่อมเครื่องมือกล ต่อมาวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๑๓ โจทก์สั่งให้นายเพียรไปซ่อมรถบดดินของโจทก์ นายเจียรนั่งรถยนต์คันหนึ่งไปเพื่อซ่อมรถบดดินนั้น รถยนต์เสียระหว่างทาง จึงหยุดซ่อม เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ผู้แทนโจทก์บอกให้นายเจียรไปซ่อมรถบดดิน นายเจียรไม่ยอมไปแล้วกลับบ้านเสีย วันรุ่งขึ้นก็ไม่ไปทำการซ่อม ทั้งไม่รายงานให้ทราบ เป็นความผิดฐานชัดคำสั่งโจทก์โดยจงใจ และทิ้งหน้าที่ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์จึงสั่งเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ และไม่จ่ายเงินค่าล่วงเวลาวันอาทิตย์ เพราะนายเจียรตกลงกับโจทก์ว่า จะทำงานวันอาทิตย์ชดเชยวันที่นายเจียรขาดงาน นายเจียรได้ร้องต่อจำเลย จำเลยสั่งให้โจทก์จ่ายเงินให้นายเจียร ๒,๒๔๐ บาท อันเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงขอให้ศาลสั่งเพิกถอน

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องกรมแรงงาน คำสั่งของจำเลยเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ขอให้เรียกกระทรวงมหาดไทย และนายรังสฤษฎ์เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้มีสารสำคัญเช่นเดียวกับจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อได้รับคำสั่งแล้วนายเจียรได้ไปกับนายชนินท์ทันทีและโดยดีในรถยนต์คันเดียวกัน เมื่อรถยนต์เกิดเสียซึ่งไม่ใช่เพราะความผิดของนายเจียร นายเจียรก็ช่วยแก้ไขอยู่จนกระทั่งเวลา ๑๖ น. เศษ จึงใช้การได้ ที่นายเจียรไม่เดินทางต่อไปเพื่อซ่อมรถบดก็เพราะเห็นว่าจวนหมดเวลาทำงานตามปกติ (๑๗ น.) ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่านายเจียรขัดคำสั่งโจทก์ โจทก์จึงต้องจ่ายเงินค่าชดเชยแก่นายเจียรลูกจ้าง ฎีกาโจทก์อีกข้อหนึ่งมีว่า การที่นายเจียรขอทำงานชดใช้วันขาดงานในวันหยุดนั้น ไม่เป็นโมฆะตามมาตรา ๑๑๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะนายเจียรทำงานด้วยความสมัครใจ เพื่อหวังได้ค่าจ้างและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดเวลาทำงาน ฯลฯ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑ ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ ๙ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๐๗) เรื่องกำหนดเวลาทำงาน ฯลฯ มีความว่า "ถ้าให้ลูกจ้างประจำดังต่อไปนี้ทำงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยมหรือในวันหยุดพักผ่อนประจำปี

นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ดังนี้ (๑) ลูกจ้างรายเดือน ลูกจ้างรายสัปดาห์ ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายชั่วโมงหรือลูกจ้างระยะเวลาอย่างอื่น ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันหรือชั่วโมงทำงานปกติ โดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างเป็นรายวัน หรือเป็นรายชั่วโมง ฯลฯ" ประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างในเรื่องค่าแรงงาน จึงกำหนดอัตราค่าแรงงานไว้มิให้นายจ้างเอาเปรียบลูกจ้าง ถือว่าข้อกำหนดดังกล่าวเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นบทบังคับเด็ดขาดซึ่งจะตกลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ โจทก์นำสืบว่ามีการตกลงระหว่างโจทก์กับนายเจียรลูกจ้างไม่คิดค่าล่วงเวลาเพราะนายเจียรขอทำงานในวันหยุดชดใช้วันทำงานปกติที่ขาดงาน

ศาลฎีกาเห็นว่าหากมีการตกลงดังกล่าวจริงข้อตกลงนั้นก็ขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๓ ใช้บังคับไม่ได้ โจทก์ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในนายเจียรลูกจ้าง ฉะนั้น เมื่อโจทก์ไม่จ่ายค่าชดเชยและค่าล่วงเวลาให้แก่นายเจียรลูกจ้างและจำเลยได้ออกคำสั่งที่ ๕๕/๒๕๑๖ ให้โจทก์จ่าย คำสั่งนั้นจึงชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พัลลภ สังโขบล · ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสถิตย์ สถานานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล กุมาลย์วิสัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6294/2545

จำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาท ไม่ใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีที่ ล. มารดาโจทก์ทั้งสี่ฟ้องบังคับให้ ท. จดทะเบียนโอนที่ดิน การที่จำเลยกับ ล. ทำหนังสือสัญญากันระบุว่า ล. จะจดทะเบียนแบ่ง…

Supreme Court Judgment, B.E. 2541 (ref. 93070)

พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา28 ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายด้วยประการใด ๆ หรือก่อให้เกิดภาระติดพันใด ๆซึ่งที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินภายในระยะเวลา 3 ปี เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนัง…

Supreme Court Judgment No. 1446/2540

การที่จำเลยที่1อนุมัติให้โจทก์ยืมชื่อจำเลยที่1ก็เพื่อให้โจทก์ไปดำเนินการก่อสร้างอาคารและจัดจำหน่ายอาคารในนามของจำเลยที่1การกระทำของโจทก์กับจำเลยที่1ดังกล่าวจึงเป็นการรู้เห็นร่วมกันเพื่อดำเนินการก่อสร้…

Supreme Court Judgment No. 1112/2540

ข้อสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยว่าจำเลยจะทำการรื้อถอนกำแพงคอนกรีตของวัดที่อยู่ติดกับถนนสาธารณประโยชน์ทางทิศตะวันออกของที่ดินแปลงตามสัญญาตกลงร่วมหุ้นออกไปภายใน 40 วัน นับแต่วันทำหนังสือนั้น เมื่อตาม พ.ร.บ.คณ…

Supreme Court Judgment No. 7810/2540

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การของรัฐบาลพ.ศ. 2496 โดยจัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 โจทก์จึงมีอำนาจเป็นตัวการที่จะกระทำ การใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ ไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up