Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 900/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจให้เช่าได้เดือนละ 200 บาท จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ มิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธินั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เช่นนี้จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอีกไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยฎีกาลอยๆ ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม มิได้ยกเหตุขึ้นอ้างอิงว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ถูกต้องด้วยเหตุใด ไม่เป็นฎีกาที่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 248 ป.วิ.พ. Section 249 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 Section 6 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 Section 7 ป.วิ.พ. Section 6 ป.วิ.พ. Section 7

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๓๘๘ ตำบลตลาดใหญ่ ๆ เป็นของโจทก์ได้ให้จำเลยที่ ๒ เช่าปลูกเรือน จำเลยที่ ๑ ได้มาอาศัยอยู่กับจำเลยที่ ๒ ต่อมาจำเลยที่ ๑ กลับอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๑ ขอให้ขับไล่

จำเลยทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเดิมเป็นที่ดินมือเปล่า เป็นที่บ่อแร่เก่า มีน้ำทะเลขึ้นถึง ต่อมาได้ตื้นเขิน จำเลยทั้งสองจึงได้เข้าครอบครองร่วมกันมาโดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษแล้ว ไม่เคยเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิขอออกโฉนดเพราะเป็นที่สาธารณะ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ระบุว่าที่ดินตั้งอยู่หมู่ที่เท่าใด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อเรือนออกจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากอสังหาริมทรัพย์และเรียกค่าเสียหายซึ่งอาจให้เช่าได้เดือนละ ๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ มิใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน

จำเลยทั้งสองจะฎีกาในข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติแผ่นดินไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ที่แก้ไข ส่วนปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น เห็นว่าจำเลยทั้งสองฎีกาลอยๆ ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมมิได้ยกเหตุขึ้นอ้างอิงว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ถูกต้องด้วยเหตุใด ไม่เป็นฎีกาที่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ที่แก้ไข ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Result

พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง

Matter details

Panel of judges
ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล
Lower court
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชา มั่นสกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อ…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment No. 38/2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนของหมั้นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ราคา 32,500 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินสินสอดจำนวน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up