Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2506 (ref. 90469)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จ.บุตรอาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของบิดามารดาครั้นบิดาตาย ที่ดินแปลงนั้นในส่วนที่เป็นสินสมรส ของบิดาก็เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทซึ่งมี จ.รวมอยู่ด้วย การที่จ. อยู่ในที่ดินมรดกนับแต่นั้นมา ได้ชื่อว่าเป็นการอยู่การครอบครองของทายาท ในทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งกันตามมาตรา 1748 แล้ว โดยไม่ต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามมาตรา 1381 โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ทายาทของเจ้ามรดกมีโจทก์จำเลยกับคนอื่น รวม 11 คนเป็นทายาท คำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยแบ่งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกให้โจทก์ตามส่วน หากขัดข้องก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย หรือมิฉะนั้น ให้จำเลยใช้เงินแก่โจกท์ ทั้ง 4 คน ๆ ละ 17,433.33 บาท ดังนี้ ศาลมีอำนาจพิพากษาให้เอาที่ดินและบ้านอันเป็นมรดกมาแบ่งให้แก่โจทก์ตามส่วน และว่าถ้าแบ่งไม่ตกลงก็ให้ประมูลกันเอง หรือขายทอดตลาดทรัพย์ที่จะต้องแบ่ง (โดยมิได้พิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ก็ได้)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๒ สำนวนศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ๕๐ ปีมาแล้ว นางเปียจำเลยกับนายเส็งสมรสกันโดยต่างมีสินเดิม เกิดบุตร ๔ คน คือ โจทก์ ที่ ๑- ที่ ๔ จำเลยที่ ๑- ที่ ๓ กับ นางทองเปลว และนายประสิทธิ มีสินสมรสคือ ที่ดินโฉนดที่ ๑๓๗๐ ราคา ๒๑๑,๕๐๐ บาท กับบ้านเลขที่ ๓ ราคา ๓๐,๐๐๐ บาท และเลขที่ ๓/๓ ราคา ๒๐,๐๐๐ บาท นางเส็งตาย โดยมิได้ทำพินัยกรรม สินสมรสจึงตกเป็นมรดก ๒ ใน ๓ ทายาททั้ง ๑๐ คน (คือ ทั้งนายเปีย จำเลยด้วย) ได้ ครอบครองมรดกร่วมกันมาโดยยังมิได้แบ่งกัน ต่อมานางเปียยื่นคำร้องขอรับมรดกแต่ผู้เดียว เจ้าพนักงานจดทะเบียนโอนให้ แล้วนางเปีย ได้จดทะเบียนยกเรือน และที่ดินมรดกนี้ให้แก่จำเลยที่ ๑,๒,๓ โดยไม่สุจริต ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมจดทะเบียนรับมรดกของนายเส็ง

เพิกถอนสัญญาให้ทึ่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เป็นมรดก ของนายเส็ง ให้จำเลยแบ่งที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เป็นมรดกของนายเส็งให้โจกท์ ๔ คน ๆ ละ ๒๘ ตารางวา กับสิ่งปลูกสร้างตามส่วน หากขัดข้องก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย หรือมิฉะนั้นให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ทั้ง ๔ คน ๆ ละ ๑๗,๔๓๓.๓๓ บาท

จำเลยให้การต่อสู้ว่า สินสมรสคงมีแต่ที่ดินโฉนดที่ ๑๓๗๐ กับเรือนเลขที่ ๓ รวม ราคา ๒๔๑,๕๐๐ บาท หักเป็นสินเดิมนางเปียแล้ว เหลือสินสมรสเป็นของนายเส็ง ๘๐,๕๐๐ บาท หักค่าทำศพแล้วส่วนของนายเส็งเหลือเป็นมรดก ๔๗,๕๐๐ บาท โจทก์จำเลยและบรรดาบุตรธิดายอมให้นางเปียรับเอามรดกคนเดียว และครอบครองมากว่า ๒ ปี โจทก์ที่ ๑,๔ ไม่เคยเกี่ยวข้องส่วนโจทก์ที่ ๒,๓ ก็อยู่ในที่มรดกโดยอาศัยสิทธินายเปีย จึงฟ้องไม่ได้เพราะขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ ๒ ขอถอนฟ้องคดีของตน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เอาที่ดินโฉ่นดที่ ๑๓++ กับบ้านเลขที่ ๓ แบ่งเป็น ๓ ส่วน เป็นมรดกของนายเส็ง ๒ ส่วน มรดกของนายเส็งนี้ให้แบ่งเป็น ๑๐ ส่วน ให้โจทก์ที่ ๑,๓,๔ ได้คนละ ๑ ส่วน ถ้าแบ่งไม่ตกลงก็ให้ประมูลกันเอง หรือขายทอดตลาด

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อที่ว่า โจทก์ที่ ๓ อาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินรายพิพาทก่อนนายเส็งตาย เมื่อนายเส็งตายแล้ว โจทก์ที่ ๓ มิได้แสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะการอาศัยมาเป็นสิทธิครอบครองทรัพย์มรดก แสดงว่าโจทก์ที่ ๓ มิได้ครอบครองทรัพย์มรดกเพื่อตนนั้น บทบัญญัติการบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๘๑ นั้น เป็นบทบัญญัติเพื่อให้ผู้ยึดถือทรัพย์สินได้ไปซึ่งทรัพย์สิทธิที่เรียกว่าสิทธิครอบครอง โดยการยึดถือครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมผู้ทรงสิทธิแต่ในกรณีนี้ โจทก์ที่ ๓ ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน (ทรัพย์มรดกของนายเส็ง) ที่ตนยึดถือครอบครองนั้น โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายมรดกนับแต่ขณะนายเส็งตายนั้นแล้ว โดยมิต้องอาศัยการยึดถือครอบครองนั้น โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายมรดกนับแต่ขณะนายเส็งตายนั้นแล้ว โดยมิต้องอาศัยการยึดถือครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมแต่อย่างใด เป็นการอยู่การยึดถือครอบครองของเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยตนเองเพื่อตนเอง โดยอำนาจกฎหมาย

หาต้องอาศัยการบอกกล่าวตามมาตรา ๑๓๘๑ ไม่ การอยู่การยึดถือครอบครองของโจทก์ที่ ๓ จึงได้ชื่อว่าเป็นการอยู่การครอบครองของทายาทในทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งกันตามมาตรา ๑๗๔๔ แล้ว ข้อฎีกาที่ว่า คำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ทั้ง ๔ คน คนละ ๑๗,๔๐๓.๓๒ บาท แต่ศาลล่างมิได้พิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์นั้น เห็นว่า คำฟ้องขอบังคับใช้แบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ตามส่วนด้วย ไม่ใช่ขอให้จำเลยใช้เงินแต่อย่างเดียว ส่วนจำนวนเงินนั้นก็ปรากฎว่าเป็นเพียงการประมาณ และโจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์ฎีกากันในข้อส่วนแบ่ง จำเลยคงฎีกาแต่ว่าศาลมิได้พิพากษาให้จำเลยใช้เงินซึ่งเป็นการง่าย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขายโดยประมูลกันหรือทอดตลาดเรื่องนี้เห็นได้ว่าศาลล่างพิพากษาบังคับการแบ่งทรัพย์สินตามบทบัญญัติว่าด้วยกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งใช้แทนการแสดงเจตนาตกลงของคู่กรณีในเมื่อเจ้าของรายทั้งหลายมิได้ตกลงกันว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไร ไม่มีเหตุผลแก้ไขคำพิพากษาศาลล่าง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
Lower court
ศาลแพ่ง - นายกิ่ง
ศาลิคุปต์.ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4757/2533

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย และเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาล ที่ดินและตึกแถวพิพาทเป็นมรดกของผู้ตาย โดยตึกแถวพิพาทเป็นสินสมรสของผู้ตายกับโจทก์ เมื่อวันที่ 5 กุมภ…

Supreme Court Judgment No. 675/2519

โจทก์ยื่นคำร้องซึ่งเป็นเพียงแสดงให้ปรากฏต่อศาลชั้นต้นว่าหากศาลเห็นเป็นการสมควรหรือจำเป็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ขอให้เรียกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เข้ามาเป็นจำเลย ศาลชั้นต้นจึงใช้อำนาจตามประมวลกฎ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2506 (ref. 43213)

จ.บุตรอาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของบิดามารดา ครั้นบิดาตายที่ดินแปลงนั้นในส่วนที่เป็นสินสมรสของบิดาก็เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทซึ่งมี จ.รวมอยู่ด้วย การที่จ. อยู่ในที่ดินมรดกนับแต่นั้นมาได้ชื่อว่าเป็นการอยู่ก…

Supreme Court Judgment No. 3993/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่รกร้างมีน้ำขัง ตลอดปีเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนา ไม่มีผู้ใดครอบครองทำประโยชน์ โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาติดต่อกันเป็นเวลา 8 ปีเศษเป็นการยืนยั…

Supreme Court Judgment No. 2551/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์และ ต. มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดิน 4 แปลง โดยมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่กึ่งหนึ่งในที่ดินทั้ง 4 แปลง จึงขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมจากจำเลยกึ่งหนึ่ง เป็นฟ้องที่ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up