Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9058/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คที่จำเลยมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ถึงแม้โจทก์จะไม่ได้บรรยายฟ้องว่าชำระหนี้อะไร ก็เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยในเรื่องการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ ให้มีอำนาจในการตกลงข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายสินค้า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในมูลหนี้ตามเช็ค จำเลยให้การต่อสู้ว่าหนี้ตามเช็คเกิดจากสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายสินค้าและจำเลยไม่ยอมตกลงชำระหนี้ตามเช็คแก่โจทก์ เพราะค้างชำระหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนตามเช็ค แสดงว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์เกี่ยวกับการชำระหนี้ตามเช็คเท่านั้น ทั้งข้อสัญญาดังกล่าวบอกแต่เพียงว่า เมื่ออนุญาโตตุลาการได้ทำการตกลงข้อขัดแย้งแล้วให้ถือว่าข้อตกลงนั้นสิ้นสุดและยอมรับกันเท่านั้น ไม่มีข้อความใดบังคับว่าคู่กรณีจำต้องมอบข้อพิพาทในอนุญาโตตุลาการทุกกรณีไป จึงไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 987 ป.วิ.พ. Section 55 ป.วิ.พ. Section 172 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 Section 5 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2530 Section 10

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้ทรงเช็คจำนวนเงิน 435,463 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายและส่งมอบให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดใช้เงิน โจทก์ทั้งสองได้นำเช็คไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ 442,811 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 435,463 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า มูลหนี้ตามเช็คพิพาทคงเหลือเพียง 224,406 บาท จำเลยที่ 1 ได้เรียกให้โจทก์ทั้งสองรับเงินจำนวนดังกล่าวและขอรับเช็คพิพาทคืน แต่โจทก์ทั้งสองไม่ยินยอม

จำเลยที่ 1 จึงขอให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินโจทก์ทั้งสองใช้สิทธิฟ้องคดีนี้โดยไม่สุจริต ฟ้องต้องห้ามตามกฎหมาย เนื่องจากตามสัญญาตั้งตัวแทนกำหนดว่าในกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายจะแต่งตั้งให้นายสุรศักดิ์ นันทวิริยกุล เป็นผู้มีอำนาจเต็มในการตกลงข้อขัดแย้งและให้ถือว่าข้อตกลงนั้นเป็นที่สิ้นสุด แต่โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีนี้โดยยังไม่ได้มีการไกล่เกลี่ยเป็นการผิดข้อตกลง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายว่าเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าอะไร เพียงแต่บรรยายว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย มิได้บรรยายว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้อะไร ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 442,811 บาทแก่โจทก์ที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 435,463 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 7 สิงหาคม 2535) จนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 และยกฟ้องโจทก์ที่ 1 สำหรับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ข้อ 2 เป็นฟ้องเคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้ค่าอะไร หรือด้วยเหตุผลใด เห็นว่าโจทก์ที่ 1 ฟ้องเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินตามเช็คที่จำเลยที่ 1 มอบให้โจทก์ที่ 1เพื่อชำระหนี้ ถึงแม้โจทก์ที่ 1 จะไม่ได้บรรยายฟ้องว่าชำระหนี้อะไรก็เป็นรายละเอียดที่โจทก์ที่ 1 สามารถจะนำสืบในชั้นพิจารณาได้ดังนั้น ฟ้องโจทก์ที่ 1 จึงไม่เคลือบคลุม ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการที่สองว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า

โจทก์ที่ 1 ยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาแต่งตั้งการเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายข้อ 12 เสียก่อน โจทก์ที่ 1 จะฟ้องจำเลยที่ 1ต่อศาลหาได้ไม่ เห็นว่าข้อความตามสัญญาแต่งตั้งการเป็นผู้แทนจำหน่ายเอกสารหมาย ล.1 ข้อ 12 ซึ่งกำหนดว่า "ในกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นเจ้าของผลิตภัณฑ์จะแต่งตั้งให้นายเสรี ปราการเสรี (โจทก์ที่ 1) นายสุรชัย ชัยวัฒน์(โจทก์ที่ 2) และผู้แทนจัดจำหน่ายจะแต่งตั้งให้นายสุรศักดิ์ นันทวิริยกุล เป็นผู้มีอำนาจเต็มในการตกลงข้อขัดแย้งและให้ถือว่าข้อตกลงนั้นเป็นที่สิ้นสุดยอมรับกันทั้งสองฝ่าย" นั้น เห็นว่า ตามข้อสัญญาดังกล่าวมีลักษณะเป็นการตั้งอนุญาโตตุลาการหลายคนให้เป็นผู้มีอำนาจในการตกลงข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติตามสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายสินค้าตามเอกสารหมาย

ล.1 คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในมูลหนี้ตามเช็คพิพาท จำเลยให้การต่อสู้ว่าหนี้ตามเช็คพิพาทเกิดจากสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมตกลงชำระหนี้ตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ เพราะยังค้างชำระหนี้โจทก์ไม่ถึงจำนวนตามเช็คพิพาทแสดงว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์เกี่ยวกับการชำระหนี้ตามเช็คพิพาทเท่านั้น ทั้งข้อสัญญาดังกล่าวบอกแต่เพียงว่าเมื่ออนุญาโตตุลาการได้ทำการตกลงข้อขัดแย้งแล้วให้ถือว่าข้อตกลงนั้นสิ้นสุดและยอมรับกันเท่านั้น ไม่มีข้อความใดบังคับว่าคู่กรณีจำต้องมอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการทุกกรณีไปจึงไม่เป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องศาล ฎีกาจำเลยที่ 1ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการที่สามว่าจำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าสินค้าอยู่เพียงจำนวน 224,406 บาทหรือค้างชำระค่าสินค้าตามจำนวนที่ระบุในเช็คพิพาท"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 261,543 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่15 พฤษภาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · บุญธรรม อยู่พุก · อำนวย สุขพรหม
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 595/2545

โจทก์ได้เรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังมิได้ชำระตามสัญญาซื้อขาย จำเลยมีหนังสือขอผ่อนชำระหนี้และมีหนังสือขอชำระหนี้ นอกจากนี้จำเลยยังได้ชำระหนี้ที่ค้างชำระบางส่วนให้แก่โจทก์ ทั้งยังย…

Supreme Court Judgment No. 610/2520

ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 914 และ 959 ผู้สั่งจ่ายเช็คจะต้องรับผิดใช้เงินแก่ผู้ทรงก็ต่อเมื่อได้มีการนำเช็คนั้นไปยื่นแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินแล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเสียก่อน เมื่อข…

Supreme Court Judgment No. 9489/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยประมาทเลินเล่อขับรถบรรทุกชนท้ายรถโดยสาร ทำให้รถโดยสารที่โจทก์ครอบครองและใช้ประโยชน์อยู่ได้รับความเสียหาย เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ…

Supreme Court Judgment No. 1570/2556

การฟ้องคดีล้มละลายเป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั่วไป เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวที่มีอำ…

Supreme Court Judgment No. 3801/2555

สัญญาเช่ามีคำมั่นว่าก่อนครบสัญญาเช่า โจทก์และจำเลยจะปรับเปลี่ยนค่าเช่าหรือระยะเวลาเช่าในอัตราที่เป็นธรรม ดังที่ปฏิบัติมาเป็นปกติประเพณี ข้อความดังกล่าวไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับค่าเช่าหรือระยะเวลา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up