Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9174/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เทศบาลตำบลโจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดในมูลหนี้ค่าภาษีตามกฎหมายสำหรับโรงเรือนและที่ดิน ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 เป็นการฟ้องเรียกค่าเช่าจากโจทก์ตามมูลหนี้สัญญาเช่าอาคารพิพาท ซึ่งการที่โจทก์ผู้เช่าจะผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับจำเลยที่ 1 หรือไม่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความรับผิดในมูลหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินของจำเลยที่ 1 จึงเป็นคนละส่วนและมาจากคนละมูลหนี้ไม่เกี่ยวข้องกันฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จึงไม่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 177 ป.วิ.พ. Section 179 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2522 Section 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินในเขตเทศบาลตำบลสำโรงเหนืออำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินพร้อมโรงเรือนเลขที่ 1919/2 หมู่ที่ 4 ถนนสุขุมวิท ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นอาคาร 7 ชั้น 1 หลังโดยชั้น 2 ถึง 5 จำเลยที่ 1 ให้โจทก์เช่าใช้ประโยชน์ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2538 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2541 โดยในปี 2540 คิดค่าเช่าเดือนละ 118,250 บาท และโจทก์ได้ยกเลิกสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2540 หลังจากนั้นอาคารดังกล่าวไม่ได้ใช้ประโยชน์จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2545 อาคารพิพาทดังกล่าวได้ขายให้แก่จำเลยที่ 2 โรงเรือนและที่ดินของโจทก์ จึงมีค่ารายปีประจำปีภาษี 2541 จำนวน 1,182,500 บาท และค่าภาษีจำนวน 147,812.50 บาท

จำเลยที่ 1 ไม่ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2541 โจทก์ได้แจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ค่าภาษีตามการประเมินจึงเป็นที่สุด ส่วนจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับโอนอาคารพิพาทจึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ค้างชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 147,812.50 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีหลักฐานรับรองว่าเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย

โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 10 ปี จึงขาดอายุความ และเนื่องจากจำเลยที่ 1 นำที่ดินพร้อมอาคารพิพาทไปจดทะเบียจำนองไว้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีธนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องบังคับจำนอง และศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาให้บังคับจำนองโดยนำที่ดินพร้อมอาคารพิพาทออกขายทอดตลาด ดังนั้นในช่วงระหว่างรอการขายทอดตลาดโจทก์มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าอาคารพิพาทของเดือนพฤษภาคม 2540 ถึงกันยายน 2540 ซึ่งหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วจำนวน 585,337.50 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 การที่โจทก์ส่งเงินค่าเช่าดังกล่าวไปให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทั้งที่ไม่มีหน้าที่และใช้สิทธิยกเลิกสัญญาเช่าถือเป็นการผิดสัญญาเช่าและเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย และเมื่อโจทก์ยกเลิกสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2541 โจทก์จึงต้องชำระค่าเช่าของเดือนตุลาคม 2540 ซึ่งหักภาษี

ณ ที่จ่ายแล้วอีก จำนวน 117,067.50 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วย ขอให้ยกฟ้อง และขอให้บังคับโจทก์ชำระเงิน 702,405 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ฟ้องแย้งโจทก์เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ 1 แต่ในส่วนฟ้องแย้งได้พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ประเด็นตามฟ้องแย้งไม่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องขอให้ชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินของโจทก์ จึงไม่รับฟ้องแย้งไว้พิจารณา จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมหรือไม่ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า โจทก์ยกเลิกสัญญาเช่าและไม่ส่งค่าเช่าตามสัญญาเช่าให้แก่จำเลยที่ 1 เป็นการผิดสัญญาเช่า และเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินจากจำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จึงเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม กำหนดให้จำเลยจะฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้ แต่ถ้าฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมแล้ว ให้ศาลสั่งให้จำเลยฟ้องเป็นคดีใหม่ต่างหากและพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร

พ.ศ.2528 มาตรา 17 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 วรรคสาม กำหนดห้ามมิให้คู่ความเสนอฟ้องแย้งต่อศาลเว้นแต่คำฟ้องเดิมและฟ้องแย้งจะเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ โดยมูลหนี้ตามฟ้องของโจทก์ในคดีนี้เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดในมูลหนี้ค่าภาษีตามกฎหมายสำหรับโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี 2541 ส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 เป็นการฟ้องเรียกค่าเช่าจากโจทก์ตามมูลหนี้สัญญาเช่าอาคารพิพาท ซึ่งการที่โจทก์ผู้เช่าจะผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับจำเลยที่ 1 หรือไม่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความรับผิดในมูลหนี้ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินของจำเลยที่ 1 สิทธิเรียกร้องค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องและสิทธิเรียกร้องค่าเช่าตามที่จำเลยที่ 1 ฟ้องแย้งจึงเป็นคนละส่วนและมาจากคนละมูลหนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน ดังนั้น ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ไม่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณานั้นชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อิศเรศ ชัยรัตน์ · องอาจ โรจนสุพจน์ · ไมตรี ศรีอรุณ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4795/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุและเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ราชพัสดุดังกล่าว โดยซื้อมาจาก จ. เดิมจำเลยเป็นผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจาก จ. แต่ จ. ได้ยกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 3202/2559

แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกันกับฟ้องเดิมที่รวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้หรือไม่ไว้ด้วย แต่เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำร…

Supreme Court Judgment No. 6506/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงาน ต่อมาจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่าจำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เป็นพนักงานจริง แต่มิได้เลิกจ้างหรือถอดถอนโจทก์จากการเป็นพนักงาน เห็นได้ชัดแจ้งว่าจำเล…

Supreme Court Judgment No. 7379/2554

จำเลยร่วมให้การในชั้นแรกว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกจ้างของจำเลยร่วม จำเลยที่ 2 นั่งรถยนต์คันที่จำเลยที่ 1 ขับมาเพราะต้องไปปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเปิดปิดการระบายน้ำในการชลประทาน จำเลยที่ 2 มิได้…

Supreme Court Judgment No. 11317/2553

การขอแก้ไขคำให้การต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลก่อนวันนัดชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดี…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up