Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9620/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฎีกาของจำเลยไม่ได้โต้แย้งเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่ถูกต้องอย่างไร และที่ถูกควรเป็นเช่นไร เพียงแต่คัดลอกข้อความบางส่วนมาจากอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 32,191,657.64 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 28,409,301.62 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และคืนเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขารามคำแหง 19 เลขที่เช็ค 6645783 และ 6645782 แก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้โจทก์ชำระงิน 237,086,441.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 32,191,65.64 บาท (ที่ถูก 32,191,657.64 บาท) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 470,600.77 บาท และ 435,375.86 บาท นับแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ของต้นเงิน 21,968.92 บาท และ 49,913.54 บาท นับแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2551 ของต้นเงิน 39,742.33 บาท 87,919.97 บาท 341,712.84 บาท 192,478.66 บาท 21,844.69 บาท 154,792.62 บาท 169,644 บาท 325,908.09 บาท 1,256,328.62 บาท 64,616.30 บาท 227,911.76 บาท 26,761.28 บาท และ 880,442.01 บาท นับแต่วันที่ 20 มกราคม 2553 และของต้นเงิน 106,643.58 บาท 714,103.98 บาท 51,277.08 บาท และ 280,980.28 บาท นับแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้คืนเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขารามคำแหง 19 เลขที่เช็ค 6645783 และ 6645782 จำนวนเงิน 9,034,157.55 บาท และ 131,333.22 บาท แก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ยกฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องแย้งให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน 28,409,298.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 20,000 บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยยังไม่ได้รับเงินจากเจ้าของโครงการหรือผู้ว่าจ้าง จำเลยไม่เคยได้รับใบแจ้งหนี้จากโจทก์ ผลงานที่โจทก์ขอเบิกเงินค่าจ้างต้องได้รับการตรวจและรับรองจากเจ้าหน้าที่โครงการของผู้ว่าจ้าง แต่ผลงานยังไม่มีการรับรอง โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี เพราะตามสัญญาไม่มีข้อตกลงไว้ การคิดดอกเบี้ยของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัด เพราะจำเลยไม่ได้ตกเป็นผู้ผิดนัด ทั้งไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ฟ้องที่โจทก์เรียกค่าจ้างเป็นเงิน 470,600.76 บาท และ 435,357.85 บาท เป็นฟ้องที่ขาดอายุความ เพราะโจทก์มีสิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี

นับตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2551 แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 จึงเกินกำหนด 2 ปี โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเอาเงินประกันผลงานจำนวน 14,369,049.15 บาท เพราะขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องยังไม่ครบกำหนดระยะเวลารับประกันผลงาน โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและยกเลิกหน้าที่รับผิดในการรับประกันผลงาน เพราะการรับประกันผลงานเป็นหน้าที่ตามสัญญา การที่โจทก์บอกเลิกสัญญาย่อมไม่ผูกพันจำเลย นั้น เห็นว่า เนื้อหาในฎีกาของจำเลยล้วนแต่คัดลอกมาจากข้อความที่อุทธรณ์ทั้งสิ้น ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวแล้วทุกข้อ เมื่อฎีกาของจำเลยมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร และไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เพราะเหตุใด ที่ถูกศาลอุทธรณ์ควรวินิจฉัยอย่างไร

แม้จำเลยจะมีคำขอท้ายฎีกาว่า ขอให้ศาลฎีกาได้โปรดพิจารณาพิพากษาแก้หรือกลับหรือยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตาม ก็ไม่อาจถือเป็นคำโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนข้อความในฎีกาที่จำเลยขอหักค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องออกจากเงินค่าจ้างและเงินประกันผลงาน หากไม่พอจะขอเรียกร้องจากเช็คค้ำประกันกับเรียกร้องให้โจทก์จ่ายค่าจ้างและอุปกรณ์รายการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างตามที่กำหนดไว้ในสัญญา เงินค่าจ้างล่วงหน้าที่โจทก์หักจากจำเลยไว้ร้อยละสิบของมูลค่าตามสัญญา และค่าใช้จ่ายในการรับประกันผลงานต่อไปอีก 2 ปี

นับแต่วันที่จำเลยออกหนังสือรับรองงาน รวมทั้งค่าปรับกรณีที่โจทก์ทำงานไม่เสร็จตามกำหนด นั้น เห็นว่า ข้อความตามรายการดังกล่าวล้วนเป็นคำขอบังคับตามฟ้องแย้งของจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในส่วนฟ้องแย้ง และจำเลยได้แสดงไว้อย่างชัดแจ้งต่อท้ายฎีกาว่า ไม่ประสงค์จะฎีกาฟ้องแย้ง อีกทั้งจำเลยมิได้ฎีกาโต้แย้งในส่วนฟ้องแย้งขึ้นมาด้วย การที่จำเลยกล่าวอ้างถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวมาในฎีกา ส่วนที่จำเลยฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคำฟ้องของโจทก์ โดยมิได้ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายกฟ้องแย้งของจำเลย ศาลฎีกาจึงไม่อาจวินิจฉัยรายการตามคำขอบังคับในฟ้องแย้งให้ได้

Result

พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
วาส ลักษณ์เลิศกุล · ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · พิชัย นิลทองคำ
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางนงนภา จันทรศักดิ์ ลิ่มไพบูลย์
ศาลอุทธรณ์ - นายสุภัทร อยู่ถนอม
Supreme Court black case no.
พ.1495/2557
Trial court black case no.
พ1262/2553
Trial court red case no.
พ787/2555
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

Supreme Court Judgment No. 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

Supreme Court Judgment No. 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

Supreme Court Judgment No. 1930/2563

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ เบี้ยปรับ มูลค่าลดลงที่กำหนด กับให้คืนรถที่เช่าในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ถึงที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up