Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 9761/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้มีดปลายแหลมจี้เอาสร้อยคอทองคำและเงินสดของผู้เสียหายทั้งสามแล้ววิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดเตรียมอยู่ขับหลบหนี แม้ทรัพย์ที่จำเลยชิงไปจะเป็นของเล็กสามารถพาไปได้โดยไม่ต้องใช้รถจักรยานยนต์ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยใช้รถจักรยานยนต์พาทรัพย์ที่ชิงได้ไป แสดงว่าจำเลยมีเจตนาจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะพาทรัพย์ที่ชิงได้นั้นไป จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีมีดปลายแหลม 1 เล่ม เป็นอาวุธชิงสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท 1 เส้น ราคา 4,800 บาท เงินสด 70 บาทของเด็กหญิงระพิศ ศิริจันทร์ ผู้เสียหายที่ 1 สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น ราคา 2,400 บาท เงินสด 70 บาท ของนางสัมฤทธิ์ ศรีหลอย ผู้เสียหายที่ 2 และสร้อยคอทองคำหนัก2 สลึง 1 เส้น ราคา 2,400 บาท ของนางสาวลาวัลย์ ครองเคหาผู้เสียหายที่ 3 ไปโดยทุจริต ในการชิงทรัพย์จำเลยใช้มีดปลายแหลมจี้บริเวณลำคอผู้เสียหายที่ 1 พร้อมพูดขู่เข็ญผู้เสียหายที่ 1 ว่าในทันใดนั้นจะแทงผู้เสียหายที่ 1 และพูดขู่เข็ญผู้เสียหายที่ 2 ที่ 3 ว่า จะใช้อาวุธปืนที่จำเลยพกมายิงผู้เสียหายทั้งสามหากขัดขืนการชิงทรัพย์ เมื่อจำเลยชิงทรัพย์แล้ว

จำเลยได้ใช้รถจักรยานยนต์ที่เตรียมมาเป็นยานพาหนะหลบหนีพาทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสามไปและเพื่อให้พ้นจากการจับกุมขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 340 ตรี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 10,140 บาท (ที่ถูกคือ 9,740 บาท)แก่ผู้เสียหายทั้งสาม และนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีดังกล่าวของศาลชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง, 340 ตรี จำคุก 15 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 9,750 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งสามและให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2310/2537และหมายเลขแดงที่ 1728/2538 ของศาลชั้นต้นจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง จำคุก 10 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า เมื่อวันที่28 สิงหาคม 2537 เวลา 16.30 นาฬิกา ผู้เสียหายทั้งสามและนางคำ ดารุณิกรณ์ เดินกลับจากซื้อกับข้าวที่ร้านค้าตรงข้ามป้อมตำรวจหนองบัว ครั้งมาถึงบริเวณคอสะพานข้ามคลองน้ำใสพบจำเลยยื่นอยู่ที่สะพาน จำเลยใช้มีดปลายแหลมจี้ผู้เสียหายที่ 2พร้อมกับพูดว่า หยุด ถ้าไม่อยากตาย มีเงินมีทองเอาออกมาให้หมดหากวิ่งหนีจะใช้ปืนยิง ผู้เสียหายทั้งสามและนางคำไม่กล้าวิ่งหนีจำเลยเอาสร้อยคอทองคำและเงินสดของผู้เสียหายทั้งสามแล้ววิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณคอสะพานขับหลบหนีที่โจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี ด้วยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี บัญญัติว่า "ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 339 มาตรา 339 ทวิ มาตรา 340 หรือมาตรา 340 ทวิโดยแต่งเครื่องแบบทหารหรือตำรวจ หรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆกึ่งหนึ่ง"

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อผู้เสียหายทั้งสามพบจำเลยนั้นจำเลยยืนอยู่ที่สะพานข้ามคลองน้ำใสโดยไม่มีผู้ใดอยู่ในบริเวณนั้นอีก หลังจากจำเลยได้ทรัพย์จากผู้เสียหายแล้วก็วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณคอสะพานข้ามคลองน้ำใสขับหลบหนีศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์คันนั้นมาจอดไว้เองจึงขับไปได้โดยง่าย แม้ทรัพย์ที่จำเลยชิงไปนั้นจะเป็นของเล็กสามารถพาไปได้โดยไม่ต้องใช้รถจักรยานยนต์ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยใช้รถจักรยานยนต์พาทรัพย์ที่ชิงได้นั้นไป แสดงว่าจำเลยมีเจตนาจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะพาทรัพย์ที่ชิงได้นั้นไปต้องตามวัตถุประสงค์ของมาตรา 340 ตรี ซึ่งมุ่งหมายที่จะลงโทษผู้กระทำความผิดโดยใช้ยานพาหนะพาทรัพย์ที่ชิงได้นั้นไปให้หนักขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

Supreme Court Judgment No. 811/2568

ในการชิงทรัพย์จำเลยสวมหมวกนิรภัย ทั้งเมื่อพิจารณาภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุปรากฏว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก โดยจำเลยมิได้สวมหมวกนิรภัย แต่ช่วงเวลาที่จำเลยก่อเหตุชิงทรัพย์คดีนี้แล้วหล…

Supreme Court Judgment No. 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

Supreme Court Judgment No. 1513/2562

จำเลยขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถในมหาวิทยาลัย น. ผู้เสียหายยังไม่ได้ลงจากรถ จำเลยเดินมาจากด้านหลังของผู้เสียหายแล้วถามผู้เสียหายว่ามีเงิ…

Supreme Court Judgment No. 8192/2561

แม้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กับพวกวางแผนที่จะเข้าไปลักทรัพย์ภายในโรงงานของผู้เสียหายที่ 1 แต่ไม่ปรากฏว่ามีการวางแผนแบ่งหน้าที่รับมากระทำเป็นส่วน ๆ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up