โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิด+วันขึ้น 14 ค่ำเวลากลางคืน ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าจำเลยทำในวันขึ้น 14 ค่ำ เวลา 24 นาฬิกาเศษดังนี้ + เรียกว่าทางพิจารณาต่างกับฟ้อง
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ครั้นศาลได้พิพากษาแล้วได้ + วัน โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีก่อนซึ่งโจทก์มิได้+ไว้เดิมมิได้ เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 190 อ้างฎีกาที่ 371/2481
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.246,++6 และ 298 จำคุก 2 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.276 แต่บทเดียวจำคุก+เดือนและให้รอการลงอาญาไว้ดังนี้เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้ คดีอาญาศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.246,+76 จำคุก 6 เดือนและรอก …
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย 8 ปี ตามมาตรา 251 แห่งกฎหมายอาญา ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตามมาตรา 254 จำคุก 2 ปีดังนี้ เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์แล้วนำเอาทรัพย์ไปขายให้แก่ผู้มีชื่อ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายดังนี้จะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรมิได้
จำเลยให้การในฐานะเป็นพะยานในชั้นสอบสวนอย่างหนึ่งในชั้นศาลพิจารณาอีกอย่างหนึ่ง โจทก์จะต้องนำสืบว่าคำให้การชั้นไหนเป็นความเท็จความจริงจึงจะลงโทษจำเลยได้ คำให้การของจำเลยที่ว่าคำให้การชั้นสอบสวนไม่ถูกความจริง คำให้การชั้นศาลถูกดังนี้ …
โจทก์ฟ้องบรรยายความว่าทรัพย์หายไปโดยถูกผู้ร้ายลัก ต่อมาจับของกลางได้ที่จำเลยโดยจำเลยลักมาหรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายหรือเก็บได้แต่ยักยอกเอาไว้เสียอ้าง ม.288 , 318 , 321 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยยักยอกเก็บของตกดังนี้ ศาลตัดสินยก …
พฤตติการณ์ที่ไม่ถือว่าจำเลยมีความประมาทเลินเล่อตามกฎหมาย
จำเลยเอาลูกกุญแจของเจ้าทรัพย์ไขหีบบรรจุทรัพย์แล้วลักเอาทรัพย์ไปเมื่อโจทก์ไม่ระบุว่าจำเลยได้ลูกกุญแจนั้นมาอย่างไร จะลงโทษจำเลยตาม ม.293(4) มิได้ คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกจำเลย 2 เดือนและรอการลงอาญาไว้โจทก์ฎีก …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขุดทำนบหนองสาธารณะให้เสียหายเมื่อฟ้องโจทก์มิได้ระบุว่าการกระทำของจำเลยสามารถอาจเกิดอันตรายแก่ผู้ใดหรือสิ่งใดได้แล้วจะลงโทษจำเลยตาม ม.191 มิได้อ้างฎีกาที่ 656/2479 ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์นั้นเมื่อไม่ปรากฎว่าผู้ที …
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์จำคุก 1 ปีดังนี้เปนแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลชั้นต้นปรับ 50 บาทตาม ม.338 (2) แห่งกฎหมายอาญา ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.252 จำคุก 2 ปีดังนี้ เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกล่าวคำหมิ่นประมาท จ.กับพวกเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษตาม ม.116 ฟ้องดังนี้จะถือว่า จ.เป็นเจ้าพนักงานด้วยไม่ได้ ศาลต้องยกฟ้องตาม ม.192 วรรค 3 แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.296 จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ม.294 จำคุก 1 ปี เปนแก้น้อยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ อ้างฎีกาที่ 59-2481
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อ 3 ปี+มีผู้ร้ายลักโคของเจ้าทรัพย์ไป แล้วต่อมา+โคของกลางได้โดยจำเลยลักมาหรือรับไว้โดย+ว่าเป็นของร้ายดังนี้+เป็นฟ้องเคลือบคลุม
อัยยการโจทก์จะฟ้องคดีเรื่องฆ่าคนตายโดยไม่ได้ทำการชันสูตร์พลิกศพผู้ตายเลยก็ได้ ไม่ผิดประมวลวิธีพิจารณา
ตำรวจจับคนโดยเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทำผิดกฎหมายโดยมีเหตุผลเพียงพอที่จะเข้าใจเช่นนั้น ตำรวจยังไม่มีความผิดการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.78 แต่อย่างไร
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือยักยอกเก็บของตกเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ยักยอกเก็บของตกจริง ศาลก็พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วดังนี้ไม่พึงที่โจทก์จะมาแถลงขอสืบพะยานฐานลักทรัพย์อีกต่อไป
คดีอาญาที่ศาลล่างทั้ง 2 พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ ปัญหาที่ว่าจำเลยมีเหตุเข้าใจผิดจึงลงบัญชีไปโดยสุจริตหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง
โจทก์กล่าวในฟ้องว่าเจ้าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนแล้ว และจำเลยไม่ปฏิเสธต้องสันนิษฐานว่าได้มีการสอบสวนมาก่อนแล้ว