จำเลยทำลายเรือนที่ผู้อื่นเข้าไปปลูกในที่ของจำเลยนั้น มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
จำเลยทำลายขนำซึ่งผู้อื่นเข้าไปปลูกในที่ของจำเลยนั้น มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์.
จำเลยโกรธจึงแกล้งถามโจทก์ว่าติดตรางด้วยเรื่องอะไร นั้นเป็นผิดฐานหมิ่นประมาท พฤตติการณ์ที่ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงในฟ้องต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณา.
เพียงแต่กล่าวในฟ้องว่าจำเลยได้สาบาลตัวแล้วฟ้องเท็จ เท่านั้นไม่เป็นมูลความผิดฐานฟ้องเท็จจะต้องกล่าวด้วยว่าจำเลยรู้อยู่ว่าข้อความนั้นเป็นเท็จ
ในคดีอาญาที่โจทก์อุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์หยิบยกเหตุอื่นขึ้นยกฟ้องโจทก์แล้วก็ไม่จำเป็นต้องยกข้ออุทธรณ์ของโจทก์ขึ้นวินิจฉัย ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงคนละอย่างโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ภริยาจำเลยยื่นเรื่องราวต่ออำเภอขออนุญาตทำการขายสุราแล้ว เจ้าพนักงานออกใบรับเรื่องราวนั้นให้ซึ่งมีข้อความอนุญาตมีข้อความอนุญาตให้ทำการขายสุราได้เป็นการชั่วคราวก่อนใบอนุญาตตกมา จำเลยเข้าใจโดยสุจจริตว่าขายได้ จึงช่วยภริยาทำการขายสุรา …
แก้รายงานขออนุญาตซื้ออาหารสัตว์ซึ่งเจ้าพนักงานอื่นทำยื่นต่อผู้บังคับบัญชานั้นเป็นผิดฐานปลอมหนังสือราชการตามมาตรา 224 ไม่ใช่ฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการตามมาตรา 225(1) เจ้าพนักงานแก้บัญชีซึ่งอยู่ในหน้าที่ของตนต้องทำให้ผิดจากความจริง …
พฤตติการณ์ที่ศาลยังไม่พอใจที่จะฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดในกรณีที่โจทก์หา จำเลยให้การรับ และโจทก์ได้สืบพะยานประกอบ.
ใบบันทึกการจับกุมที่กล่าวว่าจำเลยรับสารภาพแล้วมีลายเซ็นชื่อจำเลยไว้ด้วยนั้น เมื่อเจ้าพนักงานสอบสวนมิได้ให้คำตักเตือนจำเลยก่อนทำใบบันทึกดังที่ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.134 บังคับไว้แล้ว ข้อความในใบบันทึกนั้นใช้ยันจำเลยไม่ได้ ศาลชั้นต …
จำเลยแจ้งความเท็จแก่ตำรวจว่า เจ้าทุกข์ทำร้ายตน ตำรวจจึงจับเจ้าทุกข์ไปสถานีตำรวจ ดังนี้จำเลยมีผิดฐานแจ้งความเท็จ แต่ไม่มีผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพตาม ม.270 ด้วย
ในคดีที่โจทก์อุทธรณ์แต่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ได้ ศาลอุทธรณ์สั้งให้จำหน่ายคดี โจทก์ฎีกาแต่ปรากฎว่าส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยไม่ได้อีกดังนี ศาลฎีกาสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความการขอให้ศาลออกหมายจับจำเลยนั้น ชอบที่จะขอต่อศาลชั้น …
การที่แย่งทรัพย์เอาไปจากตัวเจ้าทรัพย์ได้แล้วนั้นเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์สำเร็จแม้ภายหลังใกล้ชิดกันนั้นพวกของเจ้าทรัพย์ไปแย่งเอาคืนมาได้ก็ดี ก็ไม่ทำให้การกระทำนั้นกลายเป็นผิดแต่เพียงพยายามชิงทรัพย์.
เจ้าพนักงานเก็บเงินค่านาเรียกจำเลยไปสอบถามถึงเรื่องโฉนดที่นาที่ค้างค่านาเพื่อจะขายทองตลาดจำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานนั้นด้วยความเท็จไม่เป็นผิดฐานแจ้งความเท็จ ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกฟ้องโดยเห็นว่าฟ้องไม่มีมูลทางอาญาศาลอุทธรณ์พิพากษาให้รับฟ …
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.251,59 จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตามมาตรา 254,59 จำคุก 1 ปีเป็นแก้มากฎีกาข้อเท็จจริงได้
ข้อความที่จำเลยเบิกความจะเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง อ้างฎีกาที่ 423/2478
พฤตติการณ์ที่ถือว่าการวิวาทขาดตอนจากการทำร้ายตอนหลังซึ่งเป็นการป้องกันตัว การทำร้ายผู้อื่นขณะที่กำลังจะทำร้ายตัวนั้นเป็นการป้องกันตาม ม.50 ไม่ใช่ ม.49(2)
พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันเกินแก่เหตุเอาอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับอนุญาตแล้วไปใช้ยิงป้องกันการประทุษฐ์ร้ายซึ่งเจ้าของปืนก็อยู่ในที่นั้นด้วยนั้น ไม่มีผิดฐานมีอาวุธปืน
จำเลยขู่ให้เจ้าทรัพย์สัญญาส่งทรัพย์ให้แก่ตน แล้วรุ่งขึ้นจำเลยมาขอรับเงินเจ้าทรัพย์เจ้าทรัพย์บอกว่าไม่มี จำเลยกล่าวว่า ไม่ให้ก็ไม่เอาระวังจะฟันหัว ตีให้ตาย แล้วจำเลยก็ออกจากห้องเจ้าทรัพย์ไปเอง ดังนี้การกระทำครั้งหลังนี้ยังไม่เป็นผิ …
ฟ้องว่าทำผิดระหว่างพระอาทิตย์ตกวันที่ 22 ถึงพระอาทิตย์ขึ้นวันที่ 23 ซึ่งตรงกับขึ้น 4 และ 5 ค่ำ+กัน พะยานโจทก์ว่าจำเลยทำผิดวันขึ้น 5 ค่ำ เวลาราว 3 นาฬิกา ดังนี้ จะถือว่าโจทก์ฟ้องผิดนั้นไม่ได้
ระหว่างที่ตำรวจควบคุมตัวจำเลยไป ตำรวจได้ทำร้ายจำเลยจนถึงบาดเจ็บและจำเลยต้องหนีไปเพราะเหตุนี้แล้ว จำเลยไม่มีความผิดตาม ม.163