Section 25 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หมวด ๓ อำนาจศาล
ถ้าศาลซึ่งรับฟ้องคดีเกี่ยวพันกันไว้ เห็นว่าเป็นการสมควรที่ความผิดฐานหนึ่ง ควรได้ชำระในศาลซึ่งตามปกติมีอำนาจจะชำระถ้าหากว่าคดีนั้นไม่เกี่ยวกับคดีเกี่ยวพันกัน เมื่อศาลเดิมได้ตกลงกับอีกศาลหนึ่งแล้ว จะสั่งให้ไปฟ้องยังศาลอื่นนั้นก็ได้
Related Supreme Court judgments
23 cases
โจทก์ระบุในฟ้องว่าเหตุเกิดที่ตำบลใดไม่ปรากฏชัด อำเภอคีรีรัฐนิคมจังหวัดสุราษฎร์ธานีและตำบลดอนยางอำเภอปะทิวจังหวัดชุมพรเมื่อได้ปิดประกาศสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่2) พ.ศ.2510 ซึ่งกำหนดไม้ชาเรียน หรือทุเรียนป่าเป็นไม้หวงห้าม ณ ที่ว่าการอำเภอปะทิวและที่ทำการกำนันตำบลดอนยาง อันเป็นที่เกิดเหตุแห่งหนึ่งแล้ว ถือได้ว่าได้มีการปิดประกาศสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามดังกล่าวในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา5 แล้…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 158
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 5
โจทก์ระบุในฟ้องว่าเหตุเกิดที่ตำบลใดไม่ปรากฏชัด อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และตำบลดอนยาง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เมื่อได้ปิดประกาศสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม (ฉบับที่2) พ.ศ.2510 ซึ่งกำหนดไม้ชาเรียน หรือทุเรียนป่าเป็นไม้หวงห้าม ณ ที่ว่าการอำเภอปะทิวและที่ทำการกำนัน ตำบลดอนยาง อันเป็นที่เกิดเหตุแห่งหนึ่งแล้ว ถือได้ว่าได้มีการปิดประกาศสำเนาพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามดังกล่าวในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตร…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 158
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 5
คดีความผิดเกี่ยวพันกัน เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 25 หาจำต้องมีคู่ความฝ่ายใดร้องขอไม่ จำเลยกู้เงินโจทก์ 2 ครั้ง เพื่อนำไปลงทุนรับเหมาก่อสร้างอาคารของกรมตำรวจครั้งแรกกู้ 150,000 บาท จำเลยทำสัญญากู้และออกเช็คล่วงหน้าลงวันที่ 18 พ.ย. 2499 ลงจำนวนเงิน 150,000 บาท ให้โจทก์ไว้ กับทำหนังสือมอบฉันทะให้โจทก์ไปรับเงินค่าก่อสร้างจากกรมตำรวจด้วย ครั้งที่ 2 กู้ 490,000 บาท ทำสัญญากู้และออกเช็คล่วงหน้าล…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.พ.พ. มาตรา 328
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3
ตามความใน พระราชบัญญัติจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทยพ.ศ.2491 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดตั้งหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่ปกครองของหน่วยราชการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษากองบัญชาการสอบสวนกลางกองตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้เพียงใดหรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือข้อบังคับนั้นๆ เป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมาย โจทก์ต้องนำสืบเมื่อร.ต.ท.ประชานายตำรวจสันติบาลเพียงแต่อ้างว่ามีอำนาจสอบสวน…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 16
ป.วิ.พ. มาตรา 84
พ.ร.ฎ.จัดการระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2491 มาตรา 4
พ.ร.ฎ.จัดการระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2491 มาตรา 5
ตามความใน พระราชบัญญัติจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทยพ.ศ.2491 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดตั้งหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่ปกครองของหน่วยราชการโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษากองบัญชาการสอบสวนกลางกองตำรวจสันติบาลจะมีอำนาจสอบสวนได้เพียงใดหรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหรือข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือข้อบังคับนั้นๆ เป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อกฎหมาย โจทก์ต้องนำสืบเมื่อร.ต.ท.ประชานายตำรวจสันติบาลเพียงแต่อ้างว่ามีอำนาจสอบสวน…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 16
ป.วิ.พ. มาตรา 84
พ.ร.ฎ.จัดการระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2491 มาตรา 4
พ.ร.ฎ.จัดการระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2491 มาตรา 5
อัยยการโจทก์แถลงขอแยกจำเลยคนหนึ่งไปฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก เพื่อสะดวกแก่การพิจารณาคดีสำหรับจำเลยคนอื่น ๆ ที่รับสารภาพ ศาลอนุญาตให้แล้ว ดังนี้โจทก์ฟ้องคดีฉะเพาะตัวจำเลยที่ถอนนั้นใหม่ได้ ไม่ต้องห้าม
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 36
ป.วิ.อ. มาตรา 160
ป.วิ.อ. มาตรา 188
อัยการโจทก์แถลงขอแยกจำเลยคนหนึ่งไปฟ้องเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก เพื่อสะดวกแก่การพิจารณาคดีสำหรับจำเลยคนอื่นๆ ที่รับสารภาพศาลอนุญาตให้แล้ว ดังนี้โจทก์ฟ้องคดีเฉพาะตัวจำเลยที่ถอนนั้นใหม่ได้ไม่ต้องห้าม
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 36
ป.วิ.อ. มาตรา 160
ป.วิ.อ. มาตรา 188
คดีที่โจทก์ต่างผ่ายต่างฟ้องจำเลยคนเดียวกันในกรณีอันเดียวกันขอให้ลงโทษในความผิดฐานเดียวกัน ศาลได้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันนั้นเมื่อพะยานของโจทก์ทั้งสองคดีนั้นเป็นคนเดียวกัน โดยมากแล้วพะยานโจทก์ในคดีที่ได้สืบไปนั้น ยอมเป็นพะยานของ โจทก์อีคดีหนึ่งด้วย
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.อ. มาตรา 25
ป.วิ.อ. มาตรา 33
ป.วิ.อ. มาตรา 174
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา