Section 11 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
หมวด ๒ การใช้ไฟหรือเสียงสัญญาณของรถ
Sections citing this section
Related Supreme Court judgments
13 cases
ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 11, 43 (4), 148, 157 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 60 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 เดือนลงมา จึงมีอายุความเพียง 1 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 95 (5) คดีนี้เหตุเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2535 นับถึงวันฟ้องวันที่ 19 ตุลาคม 2539 ความผิดตามบทมาตราดังกล่าวจึงเป็นอันขาดอายุความ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6)
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 95
ป.อ. มาตรา 291
ป.อ. มาตรา 300
ป.วิ.อ. มาตรา 39
ป.วิ.อ. มาตรา 185
ป.วิ.อ. มาตรา 195
ป.วิ.อ. มาตรา 215
ป.วิ.อ. มาตรา 225
+6
รถบรรทุกคันที่จำเลยขับเป็นรถที่บรรทุกอ้อยยื่นเกินความยาวของตัวรถขณะที่อยู่ในทางเดินรถ และถนนที่เกิดเหตุมีแสงสว่างเพียงพอที่จะทำให้มองเห็นรถจำเลยได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร จำเลยซึ่งเป็น ผู้ขับรถในทางต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11 มาตรา 15 กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) และข้อกำหนดกรมตำรวจ คือต้องใช้หรือมีโคมไฟแสงแดงติดไว้ที่ปลายสุดของต้นอ้อยส่วนที่ยื่นล้ำออกนอกท้ายรถจำเลยโดยให้ไฟสัญญาณแสงแดงส่องออกท้ายรถให้สามา…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 59
ป.อ. มาตรา 300
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 11
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 15
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 78
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 157
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 160
จำเลยขับขี่รถยนต์บรรทุกที่มีความสูงเกิน 2.50 เมตร อันเป็นรถที่อยู่ในความควบคุมของกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกไปในทางที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถหรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยจำเลยไม่เปิดไฟที่โคมไฟแสดงส่วนสูงส่วนกว้างและลักษณะรถแสงเขียวที่ด้านหน้าตอนบนหลังคารถ จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 และฉบับที่ 9ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ…
Read full text
ผู้ที่ขับรถยนต์หลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวากินทางของฝ่ายรถที่สวนมาข้างหน้านั้น ตามวิสัยจะต้องเป็นฝ่ายใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอ มิฉะนั้นอาจถือว่าเป็นการเสี่ยงภัยของตนเองได้ จำเลยขับรถบรรทุกหลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวาปิดทางรถที่กำลังลงสะพานสวนมาข้างหน้าโดยมิได้ชลอความเร็ว ทำให้ผู้ขับรถสวนมาไม่สามารถแก้ไขอย่างอื่นได้ นอกจากห้ามล้อทันที เป็นเหตุให้รถที่สวนมาเสียหลักการทรงตัวไถลเอาข้างไปชนรถจำเลยเข้า เกิดอันตรายแก่รถและผู้ที่นั่งมาด้วย เช่นนี้ จำเล…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 390
ป.อ. มาตรา 59
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 32
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
ผู้ที่ขับรถยนต์หลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวากินทางของฝ่ายรถที่สวนมาข้างหน้านั้น ตามวิสัยจะต้องเป็นฝ่ายใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอ มิฉะนั้นอาจถือว่าเป็นการเสี่ยงภัยของตนเองได้ จำเลยขับรถบรรทุกหลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวาปิดทางรถที่กำลังลงสะพานสวนมาข้างหน้าโดยมิได้ชลอความเร็ว ทำให้ผู้ขับรถสวนมาไม่สามารถแก้ไขอย่างอื่นได้ นอกจากห้ามล้อทันที เป็นเหตุให้รถที่สวนมาเสียหลักการทรงตัวไถลเอาข้างไปชนรถจำเลยเข้า เกิดอันตรายแก่รถและผู้ที่นั่งมาด้วย เช่นนี้ จำเล…
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 390
ป.อ. มาตรา 59
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 32
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 66
พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 มาตรา 4
จำเลยขับรถยนต์แซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ในเมื่อถนนยังมีช่องว่างพอที่จะขับแซงได้สะดวก และก่อนแซงก็ได้ให้แตรสัญญาณขอทาง เมื่อรถข้างหน้าเปิดทางให้แล้วจึงแซง ทั้งจำเลยขับรถมาด้วยความเร็วธรรมดา การที่ผู้ตายเดินเข้าหารถจำเลยจึงถูกรถจำเลยชน ทั้ง ๆ ที่จำเลยได้หักรถหลบไปโดนรถคันอื่นแล้วยังไม่พ้นเช่นนี้ จะถือว่าจำเลยกระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 91
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 32
จำเลยขับรถยนต์แซงขึ้นหน้ารถคันอื่น ในเมื่อถนนยังมีช่องว่างพอที่จะขับแซงได้สะดวก และก่อนแซงก็ได้ให้แตรสัญญาณขอทาง เมื่อรถข้างหน้าเปิดทางให้แล้วจึงแซง ทั้งจำเลยขับรถมาด้วยความเร็วธรรมดา การที่ผู้ตายเดินเข้าหารถจำเลยจึงถูกรถจำเลยชน ทั้ง ๆ ที่จำเลยได้หักรถหลบไปโดนรถคันอื่นแล้วยังไม่พ้นเช่นนี้ จะถือว่าจำเลยกระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังได้ไม่
Read full text
Sections also considered:
ป.อ. มาตรา 91
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 32
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11 มีความมุ่งหมายที่จะห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นซึ่งกำลังแล่นอยู่ตรงที่ที่ไม่ปลอดภัยดังที่ระบุไว้ คือ ตรงทางร่วม ทางแยกหัวเลี้ยวฯลฯ คำว่า "เดินรถขึ้นหน้ารถคันอื่น" ในมาตรานี้หมายความว่า ขับรถแซงขึ้นหน้ารถที่กำลังแล่นอยู่ด้วยกันการที่จำเลยขับรถหลีกผ่านรถบรรทุกดินที่จอดนิ่งอยู่ขึ้นไปนั้น ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 11 นี้(ฎีกาที่ 1988/2497 ก็วินิจฉัยว่ามาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้นหมายความถึงการแซ…
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11 มีความมุ่งหมายที่จะห้ามขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นซึ่งกำลังแล่นอยู่ตรงที่ที่ไม่ปลอดภัยดังที่ระบุไว้ คือ ตรงทางร่วม ทางแยกหัวเลี้ยวฯลฯ คำว่า "เดินรถขึ้นหน้ารถคันอื่น" ในมาตรานี้หมายความว่า ขับรถแซงขึ้นหน้ารถที่กำลังแล่นอยู่ด้วยกันการที่จำเลยขับรถหลีกผ่านรถบรรทุกดินที่จอดนิ่งอยู่ขึ้นไปนั้น ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 11 นี้(ฎีกาที่ 1988/2497 ก็วินิจฉัยว่ามาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้นหมายความถึงการแซ…
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
จำเลยขับรถแซงขึ้นหน้ารถบันทุกของทหารที่จอดอยู่ข้างหน้านั้น เป็นการขับหลีกรถที่จอดอยู่ไปเท่านั้น ย่อมจะขับหลีกไปได้ ไม่ใช่การเดินรถขึ้นหน้ารถคันใดซึ่งกำลังเดินไปข้างหน้าของรถจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่ผิดกฎจราจร
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
ป.วิ.อ. มาตรา 8
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 172ทวิ
ป.วิ.อ. มาตรา 201
จำเลยขับรถแซงขึ้นหน้ารถบันทุกของทหารที่จอดอยู่ข้างหน้านั้น เป็นการขับหลีกรถที่จอดอยู่ไปเท่านั้น ย่อมจะขับหลีกไปได้ ไม่ใช่การเดินรถขึ้นหน้ารถคันใดซึ่งกำลังเดินไปข้างหน้าของรถจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่ผิดกฎจราจร
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
ป.วิ.อ. มาตรา 8
ป.วิ.อ. มาตรา 172
ป.วิ.อ. มาตรา 172ทวิ
ป.วิ.อ. มาตรา 201
เมื่อมีรถจอดนิ่งอยู่กับที่แม้ตรงนั้นเป็นทางเลี้ยวโค้ง จำเลยซึ่งขับรถแล่นมาตามทางที่รถจอดอยู่ก็ชอบที่จะหลีกแซงขึ้นหน้าได้ไม่ผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.11 แต่ต้องมีหน้าที่ระวังเป็นพิเศษเมื่อปรากฎว่าตรงนั้นเป็นที่โค้งทบศอก จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อเข้ามากระชั้นชิดและไม่มีทางจะหลบเลี่ยงได้ทั้งจำเลยขับรถไม่เร็วและพยายาม+ ดังนี้เป็นอันว่าจำเลยได้ใช้ความระวังสมควรกับหน้าที่แล้ว
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252
เมื่อมีรถจอดนิ่งอยู่กับที่แม้ตรงนั้นเป็นทางเลี้ยวโค้ง จำเลยซึ่งขับรถแล่นมาตามทางที่รถจอดอยู่ก็ชอบที่จะหลีกแซงขึ้นหน้าได้ไม่ผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.11 แต่ต้องมีหน้าที่ระวังเป็นพิเศษเมื่อปรากฎว่าตรงนั้นเป็นที่โค้งทบศอก จะเห็นได้ก็ต่อเมื่อเข้ามากระชั้นชิดและไม่มีทางจะหลบเลี่ยงได้ทั้งจำเลยขับรถไม่เร็วและพยายาม+ ดังนี้เป็นอันว่าจำเลยได้ใช้ความระวังสมควรกับหน้าที่แล้ว
Read full text
Sections also considered:
พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 11
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43
กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 252
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูล Open Law Data Thailand — OCS Krisdika (CC-BY 4.0) จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา