คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาท ชนโจทก์บาดเจ็บสาหัสขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 300, 297พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 11ศาลแขวงธนบุรีไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า คดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 300 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 11จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง คงรับอุทธรณ์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายว่า สภาพที่จำเลยขับรถยนต์ขึ้นหน้ารถบรรทุกดินที่จอดอยู่ตรงที่เกิดเหตุ เป็นที่คับขันหรือไม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การขับรถขึ้นหน้ารถคันอื่นในที่คับขันอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก
พ.ศ. 2477 มาตรา 11จะต้องเป็นการขับแซงขึ้นหน้ารถซึ่งกำลังวิ่งตามกันไป หากรถคันหน้าจอดนิ่งอยู่ รถที่ตามหลังมาย่อมขับผ่านไปได้ ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 11 นี้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ประเด็นอยู่ที่ว่า การที่จำเลยขับรถหลีกรถบรรทุกดินซึ่งจอดนิ่งอยู่ทางขอบด้านซ้ายของถนนไปนั้นจะเป็นการเดินรถขึ้นหน้ารถคันอื่นอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 11 นี้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรานี้มุ่งหมายที่จะห้ามมิให้ขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นซึ่งกำลังแล่นอยู่ตรงที่ที่ไม่ปลอดภัยดังที่ระบุไว้นั้น คำว่า "เดินรถขึ้นหน้ารถคันอื่น" หมายความว่าขับรถแซงขึ้นหน้ารถที่กำลังแล่นอยู่ด้วยกัน จึงจะเป็นการขึ้นหน้ากัน การที่จำเลยขับรถหลีกผ่านรถบรรทุกดินที่จอดนิ่งอยู่ขึ้นไปนั้น จึงไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 11 จำเลยจึงมิได้กระทำการฝ่าฝืนมาตรานี้ดังที่โจทก์ฟ้อง เมื่อกรณีไม่เข้าตามมาตรา 11 เสียแล้วก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ทางตรงที่จำเลยหลีกผ่านรถบรรทุกดินขึ้นไปนั้น เป็นที่คับขันตามมาตรา 11 นั้นหรือไม่และจำเลยได้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษแล้วหรือไม่ ดังที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาพิพากษายืน