คำฟ้องและคำให้การ
ทางพิจารณาได้ความว่านายเติมจำเลยคนเดียวได้ปลอมใบอนุญาตร่อนหาแร่ โดยมีฉะบับหนึ่งนายเติมจำเลยได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยเองปลอมเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของราษฎรผู้มาขออนุญาตร่อนแร่ และบางฉะบับจำเลยได้ปลอมโดยให้ผู้อื่นพิมพ์ลายมือปลอมพิมพ์ลายมือของผู้มีชื่อใบอนุญาตนั้น ศาลชั้นต้นฟังว่าการปลอมนั้นไม่มีการเสียหายแก่ผู้ใด จึงพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการปลอมนี้อาจเกิดความเสียหายแก่รัฐบาลและเจ้าของนามในใบอนุญาต จึงพิพากษาให้ลงโทษนายเติมจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๒๒(๓) ,๒๒๔
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าใบอนุญาตร่อนหาแร่เป็นหนังสือในราชการที่เจ้าพนักงานออกให้แก่ผู้รับอนุญาตมีสิทธิไปทำการร่อนหาแร่และขายแก่ผู้ซื้อ การที่จำเลยปลอมนั้นเห็นได้ว่าเป็นการเสียหายแก่รัฐบาลและผู้ที่มีชื่อในใบอนุญาตจริง จำเลยจึงต้องมีผิด
Result
จึงพิพากษายืนตาม