Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 160/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยมีเครื่องชั่งที่ผิดอัตราไว้เพื่อใช้เอาเปรียบในการค้า โดยชั่งสินค้าจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ กับได้ ใช้เครื่องชั่งที่ผิดอัตรานั้นทำการชั่งสินค้าจำหน่ายแก่ลูกค้าผู้ซื้อเพื่อเอาเปรียบในการค้า ฟ้องของโจทก์จึงชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดต่อ พ.ร.บ. มาตราชั่ง ตวง วัดฯ และ ป.อ.มาตรา 270 ตามที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลย ส่วน บุคคลที่เสียหายจะเป็นใครนั้น หาใช่สาระสำคัญที่โจทก์จำต้องกล่าวมาในฟ้องด้วยไม่เพราะเป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องของโจทก์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) แล้ว จำเลยรับจ้าง ศ. ซึ่งเป็นญาติขายอาหารสำเร็จรูปประเภทขนมปังกรอบในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยเป็นผู้ครอบครองเครื่องชั่งที่ผิดอัตราเท่านั้น หาใช่เจ้าของกิจการพาณิชย์ ตามฟ้องไม่ และจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูภริยา และให้ความอุปการะบุตรที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเล่าเรียนอีก 3 คน ทั้งระหว่างถูกคุมความประพฤติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยก็ได้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดนัดอีกด้วย เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจึงสมควรให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นคนดีต่อไป โดยรอการลงโทษจำคุกให้และคุมความประพฤติจำเลยไว้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเครื่องชั่งสปริง ซึ่งมีเข็มชี้อัตราน้ำหนักตามหน้าปัดและมีพิกัดกำลัง 15 กิโลกรัม จำนวน 1 เครื่องอันเป็นเครื่องชั่งชนิดที่ 6 ไว้ในความครอบครอง ซึ่งเครื่องชั่งดังกล่าวเป็นเครื่องชั่งที่ผิดอัตราไม่ถูกต้องตามความประสงค์ทุกประการของพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ. 2466 กล่าวคือเมื่อใช้ชั่งน้ำหนักขั้น 1 กิโลกรัม ถึง 3 กิโลกรัม น้ำหนักขาดขั้นละ 190 กรัม ชั่งน้ำหนักขั้น 4 กิโลกรัม ถึง 15 กิโลกรัมน้ำหนักขาดขั้นละ 260 กรัม ทั้งนี้จำเลยมีเครื่องชั่งดังกล่าวไว้เพื่อใช้ในกิจการต่อเนื่องกับผู้อื่นและในพาณิชยกิจของจำเลยและมีไว้เพื่อใช้ซึ่งเครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้าโดยมีไว้เพื่อใช้ชั่งสินค้าขนมปังจำหน่ายขายแก่ลูกค้าผู้ซื้อกับได้ใช้เครื่องชั่งที่ผิดอัตราดังกล่าวทำการชั่งสินค้าขนมปังจำหน่ายขายแก่ลูกค้าผู้ซื้อ ซึ่งอยู่ในกิจการค้าอันต่อเนื่องกับผู้อื่นและในพาณิชยกิจของจำเลยเพื่อเอาเปรียบในการค้า โดยลูกค้าผู้ซื้อได้รับสินค้าดังกล่าวไปไม่ครบอัตราน้ำหนักที่ซื้อ โดยขาดไป190 กรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเครื่องชั่งดังกล่าวเป็นเครื่องชั่งที่ผิดอัตราและเป็นการเอาเปรียบในการค้า

ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ. 2466 มาตรา 31, 38พระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ. 2466 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270, 32, 33, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง การที่จำเลยมีไว้เพื่อใช้ซึ่งเครื่องชั่งที่ผิดอัตราและใช้เครื่องชั่งดังกล่าวเพื่อเอาเปรียบในการค้า เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 270 ฐานใช้เครื่องชั่งที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบในการค้า ซึ่งเป็นบทหนัก

จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง ให้จำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี แต่กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมประพฤติจำเลย โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้งเป็นเวลา 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ริบของกลางโจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยมีผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลย2 ประการว่า สมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยหรือไม่ และฟ้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาในฎีกาประการที่ 2 ก่อน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยมีเครื่องชั่งไว้ในครอบครองโดยมีเจตนาอย่างไรและมิได้บรรยายถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับจำเลยในการที่จำเลยเอาเปรียบในทางการค้าโดยไม่ได้ระบุว่าบุคคลที่เสียหายเป็นใครนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่าจำเลยมีเครื่องชั่งที่ผิดอัตราไว้เพื่อใช้เอาเปรียบในการค้า โดยชั่งสินค้าจำหน่ายแก่ผู้ซื้อกับได้ใช้เครื่องชั่งที่ผิดอัตรานั้นทำการชั่งสินค้าจำหน่ายแก่ลูกค้าผู้ซื้อเพื่อเอาเปรียบในการค้า ฟ้องของโจทก์จึงชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดต่อบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยส่วนบุคคลที่เสียหายจะเป็นใครนั้น หาใช่สาระสำคัญที่โจทก์จำต้องกล่าวมาในฟ้องด้วยไม่ เพราะเป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องของโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) แล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนปัญหาว่าสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยหรือไม่นั้นศาลฎีกาเห็นว่า

ได้ความจากรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครราชสีมาว่าจำเลยได้มารับจ้างนางศิริวรรณ มาลา ซึ่งเป็นญาติขายอาหารสำเร็จรูปประเภทขนมปังกรอบในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยเป็นผู้ครอบครองเครื่องชั่งที่ผิดอัตราเท่านั้น หาใช่เจ้าของกิจการพาณิชย์ตามฟ้องไม่ และจำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูภริยา และให้ความอุปการะบุตรที่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเล่าเรียนอีก 3 คน ทั้งระหว่างถูกคุมความประพฤติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยก็ได้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดนัดอีกด้วย ดังนี้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยประพฤติตนเป็นคนดีต่อไปโดยรอการลงโทษจำคุกให้และคุมความประพฤติของจำเลยไว้..."

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สัญชัย สิงหลกะ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6491/2553

ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ว่า ไม่ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่าจำเลยทั้งหกร่วมกันออกสำรวจที่ดินในนามของสมาคมเกษตรก้าวหน้า การกระทำของจำเลยทั้งหกเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนซึ่งเป็นความรับผิด…

Supreme Court Judgment No. 10565/2553

แม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยรวบรวมขายเมล็ดพันธุ์พืชชนิดข้าวเปลือกเจ้าซึ่งเสื่อมคุณภาพ ให้แก่ผู้ใด เมื่อใด สถานที่ใด จำนวนและราคาเท่าไร ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจา…

Supreme Court Judgment No. 6034/2550

โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องหรือกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อประกอบดุลพินิจในการลงโทษของศาล การที่เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าจำเลยที่ 1 เคยต้องโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 726/2541 จำคุก 1 เดือ…

Supreme Court Judgment No. 827/2546

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันปลอมเช็คของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาแล้วนำเช็คปลอมดังกล่าวไปฉ้อโกงธนาคารผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้จำเลยได้รับเงินไปถึง1,485,628.18 บาท นั้น ลักษณะความผิดเป็นเรื่องร้ายแรงและกระทบ…

Supreme Court Judgment No. 5472/2545

เจ้าพนักงานยึดชิ้นไม้กฤษณาและกฤษณาจำนวน 30 กิโลกรัมจากจำเลยเป็นของกลาง ซึ่งเป็นของป่าหวงห้ามจำนวนมาก การที่จำเลยเข้าไปเก็บหาและนำออกไปซึ่งชิ้นไม้ดังกล่าวจากเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการลักลอบเก็บของป่าหวง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up