คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยได้ซื้อโรงภาพยนตร์สิงคโปร์แลห้องแถวในบริเวณนั้นของบริษัทพัฒนากรจำกัดผู้ล้มละลาย จากเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์แลได้รื้อถอนไปแล้ว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผู้รับซื้อโรงภาพยนตร์ต้องรับผิดในเงินค่าภาษีโรงเรือน ซึ่งบริษัทพัฒนากรจำกัดยังค้างชำระอยู่อีก ๗๑๒ บาท ๔๗ สตางค์ ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยซื้อไม้ไม่ใช่ซื้อโรงเรือน ไม่ควรรับผิดในเงินค่าภาษีที่ค้าง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งมูลคดีของโจทก์นั้นอาศัยสิทธิเหนือทรัพย์สินผู้ล้มละลาย ผิดพระราชบัญญัติลักษณะล้มละลาย ร.ศ. ๑๓๐ ม.๑๕ ข้อ ๕ จึงยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าจำเลยซื้อโรงเรือนหรือซื้อไม้นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแปลสัญญา การซื้อขายโรงเรือนรายนี้เป็นการขายเพื่อรื้อถอนแลได้รื้อถอนไปแล้ว เป็นลักษณซื้อขายไม้ ผู้ซื้อรับโอนกรรมสิทธิไม้ ไม่ใช่กรรมสิทธิโรงเรือน จึงหาต้องรับผิดเสียภาษีโรงเรือนตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือน พ.ศ.๒๔๗๕ มาตรา ๔๕ ไม่ ให้ยกฏีกาโจทก์