Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1835/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในช่วงเวลาที่มีการโอนขายรถยนต์พิพาทส.ป่วยมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่ก็ปรากฏในคำขอโอนทะเบียนรถยนต์ว่า ส.ลงชื่อในช่องผู้โอนในเอกสารดังกล่าวโดยวิธีลงลายมือชื่อ แสดงว่าขณะที่ ส.โอนขายรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองนั้น ส.มิได้ขาดเจตนาในการทำนิติกรรมเสียเลย แต่การกระทำโดยมีเจตนาบกพร่อง เนื่องจากขณะนั้น ส.มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ซึ่งจำเลยทั้งสองในฐานะที่เป็นญาติสนิทย่อมต้องทราบดี นิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาท จึงตกเป็นโมฆียะ โจทก์ในฐานะทายาทย่อมมีสิทธิบอกล่างโมฆียกรรมดังกล่าว และการที่โจทก์ฟ้องคดี ถือได้ว่าเป็นการบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 143 แล้วนิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาทจึงตกเป็นโมฆะมาแต่แรก.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายสมศักดิ์ไสยวงศ์ จำเลยที่ 1 เป็นน้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนายสมศักดิ์ จำเลยที่ 2 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 นายสมศักดิ์ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังตั้งแต่ต้นปี 2526 ต้องเข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลลำปางเป็นประจำ โดยมีอาการปราศจากสติสัมปชัญญะ หลงใหลฟั่นเฟือน ขาดความรู้สึกผิดชอบในตัวเอง ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2527 นายสมศักดิ์ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2527 เมื่อปี 2524 โจทก์กับนายสมศักดิ์ได้ร่วมกันซื้อรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล ยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียนก-2316 ลำปาง เนื่องจากนายสมศักดิ์เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงให้ใส่ชื่อนายสมศักดิ์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถยนต์แต่ผู้เดียว

เมื่อวันที่25 มกราคม 2527 ในขณะนายสมศักดิ์ป่วยด้วยโรคดังกล่าวข้างต้น จำเลยที่ 1 อาศัยความใกล้ชิดในฐานะเป็นน้องสาวร่วมบิดามารดากับนายสมศักดิ์ ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ใช้เพทุบายหลอกลวงด้วยกลวิธีต่าง ๆให้นายสมศักดิ์ลงชื่อยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนยานพาหนะจังหวัดลำปางแจ้งโอนและรับโอนรถยนต์เก๋งของโจทก์และนายสมศักดิ์ โดยขายให้จำเลยที่ 2 ในราคา 130,000 บาท ซึ่งความจริงไม่มีการซื้อขายรถยนต์และและรับเงินกันดังกล่าว นายสมศักดิ์กระทำโดยปราศจากความรับผิดชอบในตัวเอง เนื่องจากโรคพิษสุราเรื้อรังและโจทก์ไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย ทั้งไม่ได้ยินยอมให้ซื้อขาย ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการซื้อขายการโอนทะเบียนรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล

ยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียนก-2316 ลำปาง และให้รถยนต์ดังกล่าวกลับมาเป็นกองมรดกของนายสมศักดิ์เพื่อแบ่งให้ทายาทต่อไปจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้หลอกลวงให้นายสมศักดิ์ขายรถยนต์พิพาทให้จำเลยที่ 2 ความจริงนายสมศักดิ์ได้ขายรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยสมัครใจและกระทำในขณะมีสติเป็นปกติดีทุกประการ และได้รับความยินยอมจากโจทก์แล้วจำเลยที่ 2 ได้ชำระราคารถยนต์จำนวน 130,000 บาท ให้นายสมศักดิ์และนายสมศักดิ์ได้ส่งมอบรถยนต์ให้จำเลยที่ 2 ในวันที่ซื้อขายขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการโอนทะเบียนรถยนต์ยี่ห้อมาสด้าหมายเลขทะเบียน ก-2316 ลำปาง ลงวันที่ 25มกราคม 2527 ระหว่างนายสมศักดิ์

ไสยวงศ์ กับนายกิตติพงษ์ มีมงคลและให้รถยนต์คันดังกล่าวกลับมาเป็นกองมรดกของนายสมศักดิ์ ไสยวงศ์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์กับนายสมศักดิ์เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยสมรสกันเมื่อปี 2512 ต่อมาเมื่อปี 2524 โจทก์กับนายสมศักดิ์ได้ซื้อรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 1 เป็นน้องสาวร่วมบิดามารดากับนายสมศักดิ์จำเลยที่ 2 เป็นสามีของจำเลยที่ 1 นายสมศักดิ์ได้จดทะเบียนโอนขายรถยนต์คันพิพาทให้จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2527คดีมีประเด็นในชั้นนี้ว่า การซื้อขายรถยนต์ดังกล่าวได้กระทำโดยสุจริต โดยนายสมศักดิ์ผู้ขายมีสติสมบูรณ์หรือไม่

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อปลายปี 2526 ตลอดมาจนถึงต้นปี 2527นายสมศักดิ์ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรังและตับแข็ง ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและมีอาการทางจิตแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในช่วงเวลาที่มีการโอนขายรถยนต์พิพาทนายสมศักดิ์อยู่ในภาวะป่วยมากทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก็ปรากฏในคำขอโอนทะเบียนรถยนต์ เอกสารหมาย จ.4 ว่า นายสมศักดิ์ลงชื่อในช่องผู้โอนในเอกสารดังกล่าวโดยวิธีลงลายมือชื่อ แสดงว่าขณะที่นายสมศักดิ์โอนขายรถยนต์พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสองนั้น นายสมศักดิ์มิได้ขาดเจตนาในการกระทำนิติกรรมเสียเลยแต่กระทำโดยมีเจตนาบกพร่องเนื่องจากขณะนั้นนายสมศักดิ์มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ ซึ่งจำเลยทั้งสองในฐานะที่เป็นญาติสนิทย่อมต้องทราบดีอยู่แล้ว

นิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาทจึงตกเป็นโมฆียะ โจทก์ในฐานะทายาทย่อมมีสิทธิบอกล้างโมฆียกรรมดังกล่าว และการที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่15 มิถุนายน 2527 ถือได้ว่าเป็นการบอกล้างภายใน 1 ปี นับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 143แล้ว นิติกรรมโอนขายรถยนต์พิพาทจึงตกเป็นโมฆะมาแต่แรกพิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง · บุญสิน ตุลากัน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8368/2538

จำเลยนอกจากจะให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์หลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกับหนังสือมอบอำนาจโดยไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยยังได้ให้การอีกว่า ในขณะที่จ…

Supreme Court Judgment No. 3146/2532

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกฟ้องจำเลยขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่จะต้องนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาทของเจ้ามรดก นิติกรรมการโอนเป็นโมฆียะกรรมที่โจทก์ได้บ…

Supreme Court Judgment No. 1569/2519

การที่โจทก์ปกปิดความจริงโดยนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงที่ควรแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบว่าภรรยาและญาติของจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาจ้างโจทก์ให้ว่าความไว้แล้วเป็นเงิน 10,000 บาท ทำให้จำเลยที่ 1 หลงเข้าใจผิดว่ายังไม…

Supreme Court Judgment No. 5137/2533

โจทก์กับ พ. จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2514ที่ดินตามฟ้อง พ. ได้มาก่อนจดทะเบียนสมรส ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสินเดิมของ พ. ต่อมาเมื่อใช้บังคับบทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได…

Supreme Court Judgment No. 5793/2531

ผู้เอาประกันชีวิตทราบก่อนทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยว่าตนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังจนตับอักเสบแต่มิได้แจ้งให้จำเลยทราบซึ่งหากจำเลยทราบก็อาจเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้นหรือไม่รับประกันชีวิตสัญญาประกันชีวิตจึงเป็…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up