Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 395/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยตั้งใจจะหนีให้พ้นการจับกุม เป็นการจวนตัวจึงได้แทงไปหมายจะเอาตัวรอดเท่านั้นทั้งบาดแผลที่ตำรวจถูกแทงที่คอก็มีขนาดเล็ก กว้าง 3/4 เซนติเมตรยาว3/4เซนติเมตร ลึก 1 เซนติเมตร ต่อมาประมาณ 1 เดือน ตำรวจก็ตายเพราะแผลที่เย็บไม่ติดกัน ให้อาหารไม่ได้โดยอาหารรั่วออกทางแผล ร่างกายทรุดโทรมลงจนกระทั่งตายเช่นนี้ถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะฆ่าให้ถึงตายจำเลยยังไม่มีผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานตาม มาตรา 289 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายเจ้าพนักงานจนถึงตาย ตามมาตรา 290 วรรคท้าย ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ผิดฐานทำร้ายเจ้าพนักงานจนถึงตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคท้ายจำคุก 18 ปี ลด 1 ใน 3 ตาม มาตรา 78คงจำคุก 12 ปี โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานฆ่าเจ้าพนักงานตามมาตรา 289 ศาลฎีกาเห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 2 ไม่ผิดตามมาตรา 289 คงผิดตามมาตรา 290 วรรคท้าย แต่ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์วางโทษเบาและลดโทษให้มากไปศาลฎีกามีอำนาจแก้เป็นให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 20 ปีลดโทษให้ 4 ปีคงจำคุก 16 ปีได้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกายสาหัสต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและฆ่าเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 289, 339 กับขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีอาญาแดงที่ 529/2500จำเลยทั้งสองปฏิเสธ จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นคน ๆ เดียวกับจำเลยในคดีแดงที่ 529/2500 จริงศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานสมคบกันชิงทรัพย์ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน กระทำการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 138 โดยเฉพาะจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ ตามมาตรา 289 อีกสถานหนึ่ง ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 9 ปีลงโทษจำเลยที่ 2 ให้ประหารชีวิต จำเลยทั้งสองรับข้อเท็จจริงบางประการในชั้นสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามมาตรา 78 คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 6 ปีนับโทษต่อจากคดีแดงที่ 529/2500 จำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิตกับให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังขาดจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เชื่อข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น

เว้นแต่ข้อที่ว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาฆ่า ส.ต.ต.เล็ด ยังฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาฆ่าและฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานนี้ไม่ได้ พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นเฉพาะข้อที่ชี้ขาดว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานฆ่าเจ้าพนักงานตามมาตรา 289 เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานทำร้ายเจ้าพนักงานถึงตายตาม มาตรา 290 วรรคท้าย วางโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 18 ปีลดตามมาตรา 78 อีก 1 ใน 3 คงจำคุก 12 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกบทลงโทษตาม มาตรา 138 ออกเสียโทษคงเดิมโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าไม่ได้ทำผิดศาลฎีกาเชื่อว่า จำเลยเป็นคนร้ายรายนี้จริง แต่ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานฆ่าเจ้าพนักงานโดยเจตนานั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเชื่อว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะฆ่าให้ถึงตาย จำเลยตั้งใจจะหนีให้พ้นการจับกุมเป็นการจวนตัวจึงได้แทงไปหมายจะเอาตัวรอดเท่านั้น ทั้งแผลที่ ส.ต.ต.เล็ดถูกแทง (ซึ่งตามฟ้องว่าถูกแทงที่คอ) ก็มีขนาดเล็กกว้าง 3/4 เซนติเมตร ยาว 3/4 เซนติเมตร ลึก 1 เซนติเมตร (โจทก์นำสืบว่า ส.ต.ต.เล็ดถูกแทงที่คอลึกถึงหลอดอาหาร ต้องเย็บแผลถึง 2 ครั้งเย็บแล้วแผลที่เย็บไม่ติดกัน ให้อาหารไม่ได้ โดยอาหารรั่วออกทางแผลร่างกายทรุดโทรมลงไป เหตุเกิดคืนวันที่ 1-2 เมษายน 2500 ติดต่อกันในที่สุด ส.ต.ต.เล็ดตายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2500) จึงยังไม่ควรลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงคั่นฆ่าเจ้าพนักงานโดยเจตนา ตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาวางโทษจำคุกจำเลย 18 ปี ลด 1 ใน 3เหลือ 12 ปี

ศาลฎีกาเห็นว่า วางโทษเบาและลดโทษให้มากไป จำเลยแทงผู้เสียหายถูกเอว ต้องรักษาตัวอยู่เดือนเศษ และแทงตำรวจผู้ทำการจับกุม ในที่สุดตำรวจตายเพราะการกระทำของจำเลย เป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรง พยานโจทก์ยืนยันมั่นคงว่า จำเลยเป็นคนร้าย คำรับของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก ศาลฎีกาจึง

Result

พิพากษาแก้ให้วางโทษจำคุกจำเลยที่ 2 กำหนด 20 ปี ลดโทษให้ 4 ปี คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 16 ปี นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
พิชัยบัณฑิต · ประมูล สุวรรณศร · ชวน สิงหลกะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 565/2520

จำเลยเมาสุราขนาดหนักต้องการแสดงอิทธิพลด้วยสันดานอันธพาลไม่รู้ว่าผู้เสียหายกับพวกเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจำเลยยิงปืนใส่ผู้เสียหายการกระทำของจำเลยจึงมีเจตนาเพียงพยายามฆ่าผู้เสียหายในฐานะบุคคลธรรมดาไม่ใช่เจ้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2503 (ref. 47979)

จำเลยมีโอกาศจะแทงผู้ตายแถวบริเวณอวัยวะที่ทำให้ถึงแก่ความตายได้ง่ายแต่กลับเลือกแทงที่ขาของผู้ตายซึ่งเป็นอวัยวะส่วนที่ไม่น่าจะทำให้ถึงตาย และจำเลยแทงเพียงทีเดียวส่อให้เห็นเจตนาว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้าย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2503 (ref. 85114)

จำเลยมีโอกาศจะแทงผู้ตายแถวบริเวณอวัยวะที่ทำให้ถึงแก่ความตายได้ง่าย แต่กลับเลือกแทงที่ขาของผู้ตายซึ่งเป็นอวัยวะส่วนที่ไม่น่าจะทำให้ถึงตายและจำเลยแทงเพียงทีเดียว ส่อให้เห็นเจตนาว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้า…

Supreme Court Judgment No. 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

Supreme Court Judgment No. 6876/2568

แม้จำเลยไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดในตัวบุคคลตาม ป.อ. มาตรา 61 มาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็ตาม แต่การจะรับฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าบุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่นั้น จำเลยจะต้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up