Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4515/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกโจทก์ฟ้องให้รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ค้ำประกัน แม้ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณา แต่ก็มีผลเพียงให้ศาลชั้นต้นงดการพิจารณาคดีของจำเลยที่ 1 ไว้ก่อนเท่านั้น ตามพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 และหากต่อมาความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์จะลดลงตามแผนฟื้นฟูกิจการก็ไม่มีผลกระทบต่อความรับผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกันที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์เต็มจำนวน ตามมาตรา 90/60 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๘,๕๑๔,๒๔๖.๕๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี จากเงินต้น ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา บริษัทบริหารสินทรัพย์ จตุจักร จำกัด ยื่นคำร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ ศาลชั้นต้น อนุญาต และศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ ๑ ชั่วคราวเนื่องจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ ๑ ไว้เพื่อพิจารณาเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๔๔ จึงมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ โดยตั้งให้บริษัทฟาร์อีสต์ แพลนเนอร์ จำกัด เป็นผู้ทำแผน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยมีเงื่อนไขว่าหากยอดหนี้ที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดลดลงจำนวนเท่าใด ก็ให้นำมาหักจากยอดหนี้ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ต้องรับผิดตามคำพิพากษาคดีนี้ ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ในระหว่างพิจารณาคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งงดการพิจารณาคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ และจำหน่ายคดีจำเลยที่ ๑ ชั่วคราวเพราะจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ ๑ และศาลล้มละลายกลางสั่งรับคำร้องขอดังกล่าวไว้พิจารณา ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ อย่างลูกหนี้ร่วม คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ต่อศาลฎีกาว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๑ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยมีเงื่อนไขว่าหากยอดหนี้ที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดลดลงจำนวนเท่าใด ก็ให้นำยอดหนี้ ที่ลดลงนั้นมาหักออกจากจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ต้องรับผิดด้วย เป็นคำพิพากษาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ ศาลล้มละลายกลางเพียงรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ ๑ ไว้พิจารณา เท่านั้น มีผลตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๐/๑๒ แต่เพียงว่า ในกรณีที่มีการฟ้องคดีแพ่งลูกหนี้ ไว้ก่อนแล้ว ก็ให้งดพิจารณาคดีไว้ก่อนเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายมาตราใดให้ศาลชั้นต้นพิพากษาดังกล่าวได้ เมื่อนำมาตรา ๙๐/๖๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาพิจารณาประกอบ ได้ความว่า แม้ต่อมา ศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการก็ตาม ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดของบุคคลซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับลูกหนี้ หรือผู้รับผิดร่วมกับลูกหนี้ หรือผู้ค้ำประกัน ดังนั้น การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ ๑ จึงไม่มีผลกระทบต่อ

ความรับผิดของจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ในอนาคตแต่ประการใด แม้จำเลยที่ ๑ อาจรับผิดไม่เต็มจำนวนหนี้ก็ตาม ที่จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ อ้างพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๑ เรื่องสิทธิในการยื่นคำขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในเวลาภายหน้า หากจำเลยที่ ๑ ถูกพิทักษ์ทรัพย์มาในคำแก้อุทธรณ์นั้น เห็นว่า เป็นคนละเรื่องและคนละขั้นตอนกับคดีนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ ๑๘ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๑ จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · สายันต์ สุรสมภพ · เรวัตร อิศราภรณ์
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพงษ์ศักดิ์ กิติสมเกียรติศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7219/2554

กฎหมายฟื้นฟูกิจการกำหนดให้เจ้าหนี้ในมูลหนี้เงินทั้งหลายของลูกหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการทุกประเภทไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระแล้วหรือไม่ หรือมีเงื่อนไขก็ตามได้เข้าสู่กระบวนการฟื้…

Supreme Court Judgment No. 2125/2548

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/12 (7) ที่ใช้คำว่า "ยึด" ย่อมหมายถึงการอายัดด้วย การที่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้ทำการอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ไว้ก่อนที่ศาลมีคำสั่งคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ แต่เมื่อมูลห…

Supreme Court Judgment No. 5735/2548

พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/12 (7) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่กฎหมายได้กำหนดให้เกิดสภาวะหยุดนิ่งหรือพักการชำระหนี้ (automatic stay) ขึ้น นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งรับคำร้…

Supreme Court Judgment No. 628/2534

การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยชำระหนี้ให้แก่ธนาคารกสิกรไทย เจ้าหนี้รายที่ 8 เมื่อพ้นระยะเวลาขอชำระหนี้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 แล้ว ไม่ทำให้ผู…

Supreme Court Judgment No. 1175/2530

เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกันสัญญาประนีประนอมยอมความของลูกหนี้ในวงเงิน 200,000 บาท ได้ผ่อนชำระหนี้ให้แก่บริษัท ส.(เจ้าหนี้เดิมของลูกหนี้) ไปเป็นเงิน 22,500 บาทแล้ว จึงเป็นเจ้าหนี้มีสิทธิไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up