Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57683)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ถูกเป็นโจทก์ยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาทซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.2 โดยมีนายเสนกเป็นผู้กรอกข้อความในหนังสือสัญญาดังกล่าวด้วยความสมัครใจของจำเลยก็ไม่ทำให้หลักฐานการกู้ยืมเงินที่สมบูรณ์แล้วเป็นหนังสือสัญญาปลอม และเมื่อจำเลยเบิกความว่าจำเลยไม่เคยเซ็นชื่อในเอกสารดังกล่าว ลายเซ็นในช่องผู้กู้ไม่ใช่ลายเซ็นของจำเลยแต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยได้ลงชื่อในสัญญากู้ถึง 3 แห่ง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีขัดต่อข้อเท็จจริงในสำนวน ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 36,250 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 25,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 52)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าสัญญากู้ตามฟ้องจำเลยได้ทำขึ้นไว้จริง โจทก์ฎีกาว่านายเสนกกรอกข้อความในสัญญากู้ด้วยความสมัครใจของจำเลยถือได้ว่าจำเลยทำสัญญากู้ให้ไว้จริง จึงเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง และที่ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยลงลายมือชื่อไว้ในสัญญากู้ 3 แห่งเป็นการฟังข้อเท็จจริงที่ขัดต่อกฎหมายเพราะจำเลยเบิกความว่าจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ นั้นเป็นการฟังข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของจำเลยชั้นตอบโจทก์ถามค้านประกอบเข้าด้วยกัน แล้วเชื่อว่าน่าจะเป็นดังที่จำเลยนำสืบ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกเช่นเดียวกัน ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความแพ่งมาตรา 248 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1085/2533นายธานินทร์ ไพบูลย์ศิลป์โจทก์นายสังวาลย์ อันทะชัยจำเลยนายธานินทร์ ไพบูลย์ศิลป์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 252ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยที่ถูกเป็นโจทก์ยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาทซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.2 โดยมีนายเสนกเป็นผู้กรอกข้อความในหนังสือสัญญาดังกล่าวด้วยความสมัครใจของจำเลยก็ไม่ทำให้หลักฐานการกู้ยืมเงินที่สมบูรณ์แล้วเป็นหนังสือสัญญาปลอม และเมื่อจำเลยเบิกความว่าจำเลยไม่เคยเซ็นชื่อในเอกสารดังกล่าว ลายเซ็นในช่องผู้กู้ไม่ใช่ลายเซ็นของจำเลยแต่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยได้ลงชื่อในสัญญากู้ถึง 3 แห่ง เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดคดีขัดต่อข้อเท็จจริงในสำนวน

ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 36,250 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 25,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 52)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 51)คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าสัญญากู้ตามฟ้องจำเลยได้ทำขึ้นไว้จริง โจทก์ฎีกาว่านายเสนกกรอกข้อความในสัญญากู้ด้วยความสมัครใจของจำเลยถือได้ว่าจำเลยทำสัญญากู้ให้ไว้จริง จึงเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง และที่ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ฟังว่า

จำเลยลงลายมือชื่อไว้ในสัญญากู้ 3 แห่งเป็นการฟังข้อเท็จจริงที่ขัดต่อกฎหมายเพราะจำเลยเบิกความว่าจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ นั้นเป็นการฟังข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของจำเลยชั้นตอบโจทก์ถามค้านประกอบเข้าด้วยกัน แล้วเชื่อว่าน่าจะเป็นดังที่จำเลยนำสืบ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกเช่นเดียวกัน ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความแพ่งมาตรา 248 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2662/2538

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 จำเลยยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง อธิบดีผู้พิพากษาศ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56361)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดี ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ อั…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56260)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลให้ถูกต้องก่อน จึงจะพิจารณาสั่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงยืนยันไม่เสียค่าขึ้นศาลตามที่มีคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาโจทก์โจทก์เ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56853)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ฎีกานี้เป็นฎีกาข้อเท็จจริง จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ตามคำให้การ ที่โจท…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56959)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามคู่ความมิให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกา ไม่รับฎีกา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up