คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำรถยนต์ส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน ก.ท.ภ. 0454 ไปจอดทิ้งไว้ที่ถนนยมราชสุขุมด้านขวาของทางเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายและเจ้าพนักงานจราจรมิได้ยกเว้นให้จอดได้ เป็นการจอดรถกีดขวางทางจราจร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 18, 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508 มาตรา 13 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 59 ข้อ 11
จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 18, 66 ฯลฯ ปรับ 600 บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุถนนยมราชสุขุม เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้รถเดินได้ทางเดียว ถนนช่วงที่ตัดกับถนนศรีธรรมาธิราชถึงถนนเสื่อป่าเป็นถนนช่วงที่เกิดเหตุ ด้านฝั่งซ้ายมีเครื่องหมายห้ามจอดรถ ตั้งแต่เวลา 7 นาฬิกาถึง 21 นาฬิกา ส่วนด้านขวาไม่มีเครื่องหมายใด ๆ ของเจ้าพนักงานจราจร จำเลยนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปจอดไว้ด้านฝั่งขวาของถนนดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 18 เป็นบทบัญญัติบังคับให้นำรถเข้าจอดทางด้านซ้ายของทาง การที่จำเลยนำรถไปจอดทางด้านขวาของทางโดยที่ไม่มีเครื่องหมายหรือเจ้าพนักงานจราจรอนุญาตให้จอดได้ จึงเป็นการฝ่าฝืนและเป็นความผิดแม้เจ้าพนักงานจราจรจะได้กำหนดให้ถนนสายหนึ่งสายใดเป็นทางเดินรถทางเดียวไว้
สภาพของถนนหรือทางตอนนั้นก็ยังคงมีสภาพ2 ขอบทาง คือขอบทางด้านซ้ายกับขอบทางด้านขวาของถนนหรือทางนั้นอยู่เช่นเดิมหาได้ทำให้สภาพของขอบทางของถนนทั้งสองด้าน ให้เป็นหรือรวมอยู่ในความหมายของทางเดินรถด้านซ้ายไม่การที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้แล่นรถได้ทางเดียวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 69 ที่ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานจราจรไว้ หาได้ไปยกเลิกบทบัญญัติตามมาตรา 18 แต่ประการใดไม่ ฯลฯพิพากษายืน