Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 919/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ขับรถเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น แม้จะหยุดกระทำการช่วยเหลือตามสมควรแล้วและมิได้จงใจหลบหนี แต่ละเลยไม่ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที ผู้ขับรถนั้นย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 30 วรรคแรก

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 Section 29 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 Section 30 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 Section 68 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 Section 7 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 Section 13 พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 Section 15

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ขับรถยนต์ขนส่งประจำทางสาธารณะและประเภทส่วนบุคคล จำเลยขับรถยนต์ประจำทางด้วยความประมาทโดยชะลอรถเพื่อรับคนโดยสารตรงบริเวณที่ไม่มีป้ายจอดรถยนต์ประจำทางนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ขึ้นไปบนรถคันนั้นยังไม่ทันเรียบร้อย จำเลยเร่งขับรถออกไปโดยเร็ว เป็นเหตุให้นายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตกลงจากรถได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา เมื่อนายเว่งชุนแซ่ตั้ง ตกลงจากรถ จำเลยได้หลบหนีไปมิได้ช่วยเหลือนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตามสมควร และมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 30, 68 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4)

พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 13, 15 และถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ชะลอความเร็วของรถลงเพื่อรับคนโดยสาร แต่เพื่อหักหลบรถเก๋งที่จอดอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือไปทางขวามือ จำเลยไม่ทราบว่านายเว่งชุน แซ่ตั้ง ก้าวขึ้นรถในขณะที่จำเลยชะลอความเร็วของรถอยู่นั้นเพราะบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีป้ายจอดรถยนต์ประจำทางนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตกลงจากรถที่จำเลยขับเมื่อจำเลยหักพวงมาลัยรถไปทางขวามือเพื่อแซงรถเก๋งที่จอดอยู่ขึ้นไปเพราะความประมาทของนายเว่งชุน แซ่ตั้ง เอง เมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยได้หยุดรถช่วยเหลือนายเว่งชุน แซ่ตั้ง หลังจากนั้นจำเลยไปแจ้งให้บริษัทเจ้าของรถทราบ ในวันรุ่งขึ้นจากวันเกิดเหตุจำเลยมีความจำเป็นต้องเดินทางไปจังหวัดพังงา และเมื่อกลับมาจากจังหวัดพังงา

จำเลยก็เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนในวันที่จำเลยกลับมาถึงกรุงเทพฯ นั้นเอง จำเลยมิได้จงใจหลบหนีจำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้องโจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตกลงจากรถยนต์ประจำทางที่จำเลยขับแล้ว จำเลยมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันที แม้จำเลยมิได้จงใจหลบหนี จำเลยก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 30, 68 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 13, 15ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 30 วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดขับรถเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น

จะเป็นความผิดของผู้ขับหรือไม่ก็ตามผู้ขับจะต้องหยุดกระทำการช่วยเหลือตามสมควร และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในที่ใกล้เคียงนั้นทันที" การที่บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้ผู้ขับรถต้องไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันที เป็นคนละเรื่องกับการที่คนขับรถนั้นหลบหนีหรือไม่ เพราะแม้แต่เหตุที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของคนขับรถก็ยังบัญญัติให้ต้องไปแจ้ง เมื่อจำเลยไม่จงใจหลบหนี แต่ละเลยไม่ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันที จำเลยจึงมีความผิดฐานนี้ แต่ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508 มาตรา 7 และมาตรา 13พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 30, 68 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2508 มาตรา 15 ให้ปรับจำเลย 500 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ล้วน นิลกำแหง · สวัสดิ์ ภู่งาม · ยงยุทธ เลอลภ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2255/2522

บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาจะให้รถยนต์ที่ผู้ตายขับชนกับรถโดยสารประจำทางซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นอยู่แล้วว่า เมื่อรถโดยสารแล่นสวนทางมาในระยะใกล้ หากจำเลยได้หยุดและหักรถหลบเข้ามาทางซ้าย ผู้ตา…

Supreme Court Judgment No. 685/2519

พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทชนเฉี่ยวรถที่ บ. ขับมาได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29,66 ตามที่แก้ไข ดังนี้ ด. เจ้าของรถคันที่ถูกชนไม…

Supreme Court Judgment No. 1460/2517

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 กระทงหนึ่งจำคุก 15 วัน และตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกอีกกระทงหนึ่ง จำคุก 2 เดือน กับให้ถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะให้ยกคำข…

Supreme Court Judgment No. 606/2515

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลี้ยวรถโดยไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวพยานโจทก์เบิกความแต่เพียงว่าไม่เห็นรถคันที่จำเลยขับให้สัญญาณเลี้ยว จำเลยเบิกความว่าขณะเลี้ยวจำเลยได้ให้สัญญาณไฟเลี้ยวแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามพระราชบัญ…

Supreme Court Judgment No. 1946/2517

จำเลยขับรถยนต์บรรทุกหยุดอยู่ในเส้นทาง มีรถยนต์ส่วนบุคคลมาหยุดอยู่ท้ายรถยนต์บรรทุกของจำเลย ป. ขับรถยนต์โดยสารอีกคันหนึ่งฝ่าฝืนกฎหมายชนรถยนต์ส่วนบุคคลดังกล่าวอัดเข้ากับรถบรรทุกของจำเลย เป็นเหตุให้คนบนรถ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up