โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายอาญา ม.295 +มีอายุความฟ้องร้อง + ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาแต่+สำเนาฎีกาให้จำเลยมิได้ โจทก์ทราบก็มิได้ดำเนินกระบวนพิจารณาอย่าง+จนล่วงเลยเวลากว่า + ปีแล้ว ต้องถือว่าคดี ขาดอ …
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลาค่ำคืน ขอให้ลงโทษตาม ม.294(1) นั้นศาลจะลงโทษตาม ม.294 ตอนท้ายไม่ได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 9 เดือน แล้วส่งตัวไปกักกัน 4 ปี ศาลอุทธรณ์แก้เป็นว่าไม่ต้องส่งตัวไปกักกัน นอกนั้นยืนตาม ดังนี้ โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงในเรื่องโทษกักกันได้ เพราะศาลล่างทั้ง 2 ตัดสินกลับกันมา
ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่ถูกต้องนอกไปจากบทมาตราที่อ้างได้ ในเมื่อไม่เป็นการเกินคำขอ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีสาตราวุธเข้าไปลักทรัพย์เขาถึงในเคหะสถานในเวลาค่ำคืน แต่ขอให้ลงโทษ ตาม ม.293,294 แม้ โจทก์จะสืบสมตามคำบรรยายฟ้องอันเป …
ใช้บิดหล่าเจาะประตูห้องเขา แต่ยังไม่ทันถอดกลอนเปิดประตูเข้าไป ตำรวจไปพบเข้าจำเลยก็หนีไปดังนี้ ต้องมีผิดฐานพยายามลักทรัพย์
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์แต่ปรากฎว่าเจ้าทรัพย์ส่งทรัพย์ให้แก่จำเลยเองเพื่อเป็นพะยานหลักฐานในการที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม เช่นนี้จำเลยคงมีความผิดแต่เพียงฐานพยายามชิงทรัพย์เท่านั้น, ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 ศาลชั้นต้นวา …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักกระบือหรือรับหระบือไว้โดยรู้ว่า-เป็นของร้ายขอให้ลงโทษดังนี้ เป็นฟ้องเคลือบคลุมต้องยกฟ้อง
จำเลยกับพวกไปขอเงินเจ้าทุกข์ ๆ ไม่ให้ จำเลยกับพวกก็เข้าทำร้ายเจ้าทุกข์+บาดเจ็บ ทันใดนั้นมีผู้อื่นมาพบเห็นเข้าจึงออกเงินให้จำเลยกับพวกไปดังนี้จำเลยมีผิดฐานพยายามชิง ทรัพย์ไม่ใช่ฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.299 จ …
พฤตติการณ์ที่ฟังว่าเป็นการปล้นทรัพย์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกสมคบกันลักกระบือไป และต่อมาจำเลยกับพวกได้นำกระบือนั้นมาคืนเจ้าทรัพย์โดยพวก จำเลยได้รับค่าไถ่ไป ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกได้รับกระบือไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์และรับของโจรดังนี้ถือว่าฟ้องของโจท …
พฤตติการณืที่ถือว่าจำเลยมีผิดฐานยักยอก
จำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษมาแล้วหลายครั้งที่เปนโทษรวมความผิดหลายอย่างต่างฐานกัน+ละอัตราโทษก็มิได้แยกไว้ตามฐานความผิดว่าฐาน+มีอัตราโทษเท่าไรแน่นอนดังนี้จะเพิ่มโทษ+เลยตาม ม.74 มิได้.
ร้องว่าชิงทรัพย์ได้ความว่าลักทรัพย์ก็ลงโทษได้
จำเลยเอาพะองพาดกับรั้วติดกับฝากห้องปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคากันสาดกำลังเหนี่ยวจะขึ้นระเบียงเรือนตรงห้องไว้ทรัพย์เพื่อทำการลักทรัพย์เผอิญตำรวจมาพบเข้าจึงหนีไป ดังนี้จำเลยมีผิดฐานพยายามลักทรัพย์ อ้างฎีกาที่ 997/2474 และ 88/2478
เจ้าทรัพย์ปล่อยกระบือให้กินหญ้าอยู่ในเขตต์รั้วบ้านจำเลยเข้ามาจูงและไล่กระบือให้เคลื่อนที่ไปโดยมีเจตนาจะลักทรัพย์ดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดบริบูรณ์หาใช่เพียงฐานพยายามไม่ อ้างฎีกาที่ 967/2456
คำให้การของพะยานชั้นเจ้าพนักงานสอบสวนนั้นโดยลำพังแล้ว จะฟังเป็นพะยานหลักฐานในชั้นศาลพิจารณาหรือในชั้นศาลไต่สวนมูลฟ้องไม่ได้. อ้างฎีกาที่ 775/2465 ที่ 688/2469
ในฟ้องโจทก์กล่าวแต่ว่าจำเลยลักตัดไม้สะแก ซึ่งขึ้นอยู่ในที่หวงห้าม อยู่ในความปกครองของกำนันแต่ไม่ปรากฎว่าใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิต้นสะแกนั้น เป็นฟ้องที่ขาดสาระสำคัญแสดงไม่ครบองค์ความผิดฐานลักทรัพย์ จะลงโทษจำเลยไม่ได้
การที่จำเลยเอาพร้าซึ่งมีผู้ทำส่งผู้ใหญ่บ้านเพื่อทำรายงานส่งกำนันเป็นของกลางไป และเงือดเงื้อพร้าขู่จะทำร้าย ผู้ใหญ่บ้านซึ่งติดตามจะเอาพร้าคืนนั้นเป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 122 พฤตติการณ์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจจริต
ไม้ถ่อซึ่งจำเลยใช้ตีเป็นเพื่อลักเอกไปนั้น ไม่ใช่สาตราวุธตาม ม.6 ข้อ 15 สมควรลดโทษตาม ม.59 หรือไม่นั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล ไม่ใช่ปัญหากฎหมาย.
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าเมื่อวันที่ 30 กันย์เวลากลางคืนจำเลยสมคบกันลักเรือหรือระหว่างวันที่ 30 กันย์ถึงวันที่ 60 ตุลาคม จำเลยกับพวกรับเรือไว้โดยรู้ว่าเป็นของได้มาโดยการกระทำผิด ดังนี้เมื่อปรากฏว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงตาม …