พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นเหตุ+ลักษณะคดีมีผลถึงจำเลย+ที่มิได้ฎีกาขึ้นมาด้วย
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยจำคุก 4 ปีตาม ม.256,59 ศาลอุทธรณ์แก้ให้จำคุก+ เดือนตาม ม.254,59 +เปนแก้น้อยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ บาดเจ็บถึงสาหัสหรือไม่+ข้อเท็จจริง
อัยยการโจทก์จะฟ้องคดีเรื่องฆ่าคนตายโดยไม่ได้ทำการชันสูตร์พลิกศพผู้ตายเลยก็ได้ ไม่ผิดประมวลวิธีพิจารณา
ตำรวจจับคนโดยเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทำผิดกฎหมายโดยมีเหตุผลเพียงพอที่จะเข้าใจเช่นนั้น ตำรวจยังไม่มีความผิดการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.78 แต่อย่างไร
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์หรือยักยอกเก็บของตกเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ยักยอกเก็บของตกจริง ศาลก็พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วดังนี้ไม่พึงที่โจทก์จะมาแถลงขอสืบพะยานฐานลักทรัพย์อีกต่อไป
คดีอาญาที่ศาลล่างทั้ง 2 พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ ปัญหาที่ว่าจำเลยมีเหตุเข้าใจผิดจึงลงบัญชีไปโดยสุจริตหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง
โจทก์กล่าวในฟ้องว่าเจ้าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนแล้ว และจำเลยไม่ปฏิเสธต้องสันนิษฐานว่าได้มีการสอบสวนมาก่อนแล้ว
พฤตติการณ์ที่ไม่ถือว่าเป็น+ฟ้องเคลือบคลุม ผู้เสียหายซึ่งเป้นทหารรวม 58 คนฝากเงินไว้กับจำเลยซึ่งเป็นนายทหาร จำเลยยักยอกเอาเงินนั้นเสีย ผู้บังคับบัญชีจึงจัดให้ผู้เสียตายทั้ง 58 คนลงนามกำกับจำนวนเงินของแต่ละคน ส่งพร้อมกับรายงานกล่าวโ …
อัยยการไม่มีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่านำจับผู้กระทำผิด พ.ร.บ.ชั่วตวงวัดแทนผู้นำจับอำนาจฟ้องความเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลยกขึ้นพิจารณาได้เองโดยคู่ความไม่ต้องยกขึ้นโต้เถียงไว้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลย 5 คนแย่งกันเปน 2 พวกใช้สาตราวุธวิวาททำร้ายร่างกายกันบาดเจ็บจำเลยรับสารภาพฝ่ายโจทก์จำเลยไม่สืบพะยานดังนี้ จะลงโทษจำเลยตาม ม.254 มิได้
คดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ฟังข้อเท็จจริงกลับกับมาดังนี้ โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ไม่ต้องห้าม
คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องในข้อกฎหมายแต่มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงดังนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงมิได้รับการวินิจฉัยมาเป็นลำดับ ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงมา …
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลทำลายโฉนดของจำเลยที่ออกทับที่ของโจทก์และขออย่าให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์เมื่อปรากฎว่าที่วิวาทเป็นของโจทก์และโฉนดที่ของจำเลยออกทับที่ดังนี้แล้วแม้แต่เดิมจำเลยจะมิได้เกี่ยวข้องในที่รายนี้แต่ประการใดก็ตามศาลพ …
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีน้ำสุราเถื่อน (น้ำตาล+เมา) ไว้ในครอบครองจำเลยให้การรับสารภาพ ลงโทษจำเลยได้อ้างฎีกาที่ 934/2480
เข้าเล่นการพะนัน+ผิดเงื่อนไขในใบอนุญาตจะแก้ตัวว่าตน+รายว่าการเล่นนั้นเงื่อนไขในใบอนุญาต+ ผู้ที่เข้าเล่นทุกคน+มีความผิด
คดีอาญาที่ศาลเห็นว่าฟ้องโจทก์บกพร่องจีงให้ยกเสียและสั่งไว้ด้วยว่าไม่ตัดสิทธิ์โจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ภายในอายุความ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่ภายในกำหนดอายุความดังนี้ ศาลรับคดีไว้พิจารณาต่อไปได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกลักโคไป แล้วต่อมาในวันรุ่งขึ้นจำเลยกับพวกรับโครายนี้ไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์และรับของโจรดังนี้เป็นฟ้องที่ไม่ขัดแจ้ง ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ด้วยยากศาลตัดสินยกฟ้องอ้างฎีกาที่ 722/2481
ฟ้องหาขัดหมายเรียกเจ้าพนักงานสอบสวนไม่มีผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน เพราะการหมายเรียกนั้น มีการโทษคือออกหมายจับแล้ว กฎหมายอาญา ม.334 (2) บอกเลิกไปบางส่วนโดยประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.66
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี เพิ่มโทษอีก 1 ใน 3 รวมโทษ5ปี 4 เดือนดังนี้ จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.288 และส่งไปกักกัน 5 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ส่งไปกักกันพียง 3 ปี ดังนี้เป็นแก้น้อยฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้