Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56458)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า คดีนี้ โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ จำเลยทั้ง 18 คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด และมูลคดีนี้ เกิดเบื้องต้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด พยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งของ โจทก์และจำเลยอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ความผิดที่ถูกฟ้องเป็นเรื่องหมิ่นประมาท การที่โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งมีจำนวนถึง 18 คนที่ศาลอาญาก็เพื่อจะบีบบังคับให้จำเลยทั้ง 18 คน ยอมขอขมาเพื่อไปอ้างกับผู้บังคับบัญชาในกรณีที่โจทก์ถูกราษฎรร้องเรียน ซึ่งไม่เกี่ยวกับจำเลยและการที่โจทก์ยื่น ฟ้องจำเลยที่ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลที่ห่างไกลจากภูมิลำเนา ของจำเลยเป็นการกลั่นแกล้งให้จำเลยได้รับความเดือดร้อน ในการแสดงหาความยุติธรรม ประกอบกับจำเลยทั้ง 18 คน เป็นสมาชิกสภาจังหวัดร้อยเอ็ดมีภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดในสภาจังหวัดร้อยเอ็ด โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้โอนคดีนี้ไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีนี้เกิด และจำเลยทั้ง 18 คน มีภูมิลำเนาอยู่ด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 18 คน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,137,157,172,173,174,181(2),326,328 ประกอบด้วย 83,91 ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 18 ขอขมาต่อโจทก์โดยลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันจำนวน 3 ฉบับ คือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ และมติชน เป็นเวลาฉบับละ 7 วันติดต่อกันและ ให้ขอขมาต่อโจทก์โดยออกประกาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียง ของจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเวลา7 วัน ติดต่อกันระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 13 และจำเลยที่ 17 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,137,172,173,174 วรรคสอง,181(1),326,328 ให้ประทับฟ้องคดีอยู่ระหว่างนัดสืบพยานโจทก์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 ถึงที่ 16 และที่ 18 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 50)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว กรณียังไม่พอฟังว่าอาจมีการขัดขวางต่อการพิจารณาหรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือ เหตุร้ายอย่างอื่นขึ้น จึงไม่อนุญาตให้โอนคดี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2189/2536พันตำรวจเอกไพฑูรย์ วิกิณิยะธนีโจทก์นายชัยศักดิ์ ทะไกรราช กับพวกจำเลยนายชัยศักดิ์ ทะไกรราช ที่ 1 กับพวกรวม 16 คนผู้ยื่นคำร้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 ถึงที่ 16 และที่ 18) จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 26ความว่า คดีนี้ โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ จำเลยทั้ง 18 คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด และมูลคดีนี้ เกิดเบื้องต้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด พยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งของ โจทก์และจำเลยอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ความผิดที่ถูกฟ้องเป็นเรื่องหมิ่นประมาท การที่โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งมีจำนวนถึง 18 คนที่ศาลอาญาก็เพื่อจะบีบบังคับให้จำเลยทั้ง 18 คน

ยอมขอขมาเพื่อไปอ้างกับผู้บังคับบัญชาในกรณีที่โจทก์ถูกราษฎรร้องเรียน ซึ่งไม่เกี่ยวกับจำเลยและการที่โจทก์ยื่น ฟ้องจำเลยที่ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลที่ห่างไกลจากภูมิลำเนา ของจำเลยเป็นการกลั่นแกล้งให้จำเลยได้รับความเดือดร้อน ในการแสดงหาความยุติธรรม ประกอบกับจำเลยทั้ง 18 คน เป็นสมาชิกสภาจังหวัดร้อยเอ็ดมีภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดในสภาจังหวัดร้อยเอ็ด โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้โอนคดีนี้ไปพิจารณาพิพากษาที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีนี้เกิด และจำเลยทั้ง 18 คน มีภูมิลำเนาอยู่ด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง 18 คน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,137,157,172,173,174,181(2),326,328 ประกอบด้วย 83,91 ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 18 ขอขมาต่อโจทก์โดยลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันจำนวน 3 ฉบับ

คือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ และมติชน เป็นเวลาฉบับละ 7 วันติดต่อกันและ ให้ขอขมาต่อโจทก์โดยออกประกาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียง ของจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเวลา7 วัน ติดต่อกันระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 13 และจำเลยที่ 17

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,137,172,173,174 วรรคสอง,181(1),326,328 ให้ประทับฟ้องคดีอยู่ระหว่างนัดสืบพยานโจทก์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 12 ที่ 14 ถึงที่ 16 และที่ 18 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 50)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว กรณียังไม่พอฟังว่าอาจมีการขัดขวางต่อการพิจารณาหรือน่ากลัวว่าจะเกิดความไม่สงบหรือ เหตุร้ายอย่างอื่นขึ้น จึงไม่อนุญาตให้โอนคดี(ประมาณ ชันซื่อ-)

Matter details

Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65816)

ความว่า คดีทั้งสองสำนวนเกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร และอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาด้วย พยานหลักฐานของทั้งโจทก์และฝ่ายจำเลยต่างอยู่ที่กรุงเทพมหานครการที่โจทก์นำคดีนี้ไปฟ้องที่ศาลจังหวัดพังงาเป็นการกลั่นแกล้งจำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65812)

ความว่า คดีนี้ผู้ร้องทั้งสามเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2544 ขอให้ประธานศาลฎีกามีคำสั่งให้โอนคดีนี้ไปยังศาลอาญามาแล้วครั้งหนึ่ง ประธานศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสามถูกฝ่ายโจทก์ข่มขู่จ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58626)

ความว่า การที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาคดีและได้พิจารณาคดีคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อคดีของจำเลย รายละเอียดปรากฏตามเอกสารท้ายคำร้อง และหากให้ดำเนินคดีนี้ที่ศาลจังห…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56308)

ความว่า เนื่องด้วยจำเลยทั้งหกเป็นข้าราชการระดับสูงในกรมตำรวจ และจำเลยทั้งหมดล้วนแต่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของโจทก์ มีอิทธิพลทางการเงินและหน้าที่การงานเป็นข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่ มีอิทธิพลเหนือโจทก์ทุกอย่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56289)

ความว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7ต่อศาลจังหวัดชุมพร ซึ่งการฟ้องคดีนี้อาจมีการโกรธแค้นโจทก์ และอาจก่อเหตุร้ายแก่โจทก์และพยานโจทก์ได้ เนื่องจากจำเลย ดังกล่าวเป็นอาสาสมัครรักษาดินแดนขอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up