เมื่อโจทก์ถอนฎีกาก่อนที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 225, 202, แต่เมื่อศาลชั้นต้นส่งสำนวนมา ศาลฎีกาศาลฎีกาก็สังอนุญาตให้ถอนฎีกาได้และจำหน่านคดี
Supreme Court judgments
87,416 คดี แยกตามกลุ่มคดี และเชื่อมโยงตัวบทกฎหมายรายมาตรา
พฤตติการณ์ที่ถือว่าจำเลยให้การรับสารภาพและคู่ความไม่ติดใจสืบพะยาน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปล้นทรัพย์ทางพิจารณาได้ ความว่าจำเลยทำการลักทรัพย์ ศาลลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้
กล่าวในฟ้องว่าได้ที่พิพาทมาโดยทางก่อสร้างแต่นำสืบว่าพ่อตายกให้เช่นนี้เมื่อความจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ครอบครองที่มาโดยเจตนาถือสิทธิเป็นเจ้าของเป็นเวลาติดต่อกันกว่าสิบปีแล้วโจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ตาม ม. 1382 ไม่เรียกว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้อง …
เมื่อการวินิจฉัยข้อฎีกาของโจทก์ไม่ทำให้เกิดประโยชน์แก้โจทก์ในการที่จะให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาที่ ยกฟ้องแล้วศาลฎีกาไม่วินิจฉัยฎีกานี้
จำเลยพูดกับเด็กที่เก็บแหวนตกได้ว่า จะนำแหวนที่เก็บได้นั้นไปให้พ่อแม่เด็ก แล้วจำเลยเบียดบังเอาเสียเองเมื่อถูกทวงจำเลยก็ว่าเป็นแหวนไม่ดีนั้น เป็นผิดฐานยักยอก ผู้เก็บของตกได้ ย่อมมีสิทธิ์ดีกว่าบุคคลอื่น เว้นแต่เจ้าของอันแท้จริง ฉะนั้ …
หลอกลวงผู้ปกครองเอาเด็กไปเพื่อหากำไร เด็กเต็มใจไปและผู้ปกครองก็ยินยอมให้เด็กไปเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงดังนี้ เป็นผิดตามมาตรา 275 ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 273 , 274 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของ จำเลยเป็นผิดตามมาตรา 2 …
ข้อที่ว่าการกระทำเป็นการเกินสมควรหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างทั้งสองพิพากษาฟ้องโจทก์แล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้
ศาลชั้นต้น ลงโทษ จำเลยที่ 1 - 2 ฐานลักทรัพย์จำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยว่ารูปคดีไม่เป็นผิดฐานลักทรัพย์ดังนี้ ถือว่าเป็นเหตุในลักษณะคดีศาลอุทธรณ์พิพากษาปล่อยจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ได้
กล่าวในฟ้องว่า จำเลยลักเก็บมะม่วงของวัดซึ่งขึ้นอยุ่ในวัด และ จำเลยก็รับว่า ทำผิดจริงตามฟ้องดังนี้เป็นผิดตาม ม. 288 ไม่ใช่ ม. 292, เมื่อโทษที่ จำเลยได้รับครั้งหลังเพียงแต่ปรับสถานเดียวแล้ว จะยกเอาอาญาที่รอไว้มาลงไม่ได้
โจทก์ฟ้อง จำเลย 6 คนว่า สมคบกันมีมีดและไม้ตะพูดเป็นสาตราวุธเป็นคนร้ายปล้นโค ขอให้ ลงโทษตาม ม. 301 - 63 เมื่อ จำเลยเข้าใจข้อหาดีแล้วว่าต้องหาเรื่องอะไรฟ้องเช่นนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ศาลชั้นต้น พิพากษาให้ริบยางของกลางทั้งหมด ศาลอุทธรณ์แก้ให้คืนยางบางส่วนให้ จำเลยดังนี้ โจทก์จะ ฎีกาในข้อเท็จจริงมิได้ การจะให้ริบทรัพย์หรือไม่เป็นดุลยพินิจของศาลซึ่งถือว่าเป็นข้อเท็จจริง อ้าง ฎีกาที่ 448/2480 +++
เกลี้ยกล่อมหลอกลวงผู้ปกครองเอาเด็กไปเพื่อหากำไรเด็กเต็มใจไปและผู้ปกครองก็ยินยอมให้เด็กไปเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงดังนี้ เป็นผิดตาม ม. 275 ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามมาตรา 274 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกาว่าไม่ผิด ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็น …
หลอกลวงผู้ปกครองเอาเด็กไปเพื่อหากำไร เด็กเต็มใจไปและผู้ปกครองก็ยินยอมให้เด็กไปเพราะหลงเชื่อคำหลอกลวงดังนี้ เป็นผิดตามมาตรา 275 ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย ตาม ม. 273 274 จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดตาม ม. 275 และโ …
จะร้องขอให้ศาลเปลี่ยนเลขคดีที่ศาลให้นับโทษภายหลังที่ศาลพิพากษาคดีแล้วไม่ได้
กรณีที่เกิดการทำร้ายกันในระหว่าง 2 คน และโจทก์ฟ้องว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายซึ่งกันและกันนั้นต้องวินิจฉัยว่าคนหนึ่งทำร้ายอีกคนหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างทำร้ายกันซึ่งศาลลงโทษฐานทำร้ายร่างกายได้ อ้าง ฎีกาที่ 1057/2482
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาและทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส เมื่อทางพิจารณา ปรากฏว่าเป็นเรื่องวิวาททำร้ายชิงกันและกัน ดังนี้ศาลต้องยกฟ้องโจทก์ตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม. 192
โจทก์ได้กล่าวในฟ้องว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ไปจำเลยพาเอาทรัพย์ที่ถูกลักไป โดย จำเลยสมคบกันลักหรือรับไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาจาการกระทำผิดกฎหมายขอให้ ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ดังนี้ ไม่เรียกว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม อ้างฎี …
ข้าหลวงประจำจังหวัดรับเงินไปเพื่อจัดซื้อไม้ทำที่ว่าการอำเภอในจังหวัดที่ตนรับราชการอยู่ แล้วยักยอกเสีย มีผิดตามมาตรา 131 ผู้ออกใบรับเงินลงวันรับเงินย้อนหลังขึ้นไปอันไม่ใช่ความจริงนั้นไม่เป็นปลอมหนังสือ ในคดียักยอก โจทก์ระบุวันกระทำ …
คดีที่ศาลชั้นต้นและ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงไปคนละอย่างนั้น ฎีกาในข้อเท็จจริงได้