Section 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ลักษณะ ๒ ฎีกา
การวินิจฉัยให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้บังคับตามความเห็นของฝ่ายที่เห็นควรอนุญาตให้ฎีกา
This section cites
Related Supreme Court judgments
1,454 cases
ความว่า โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12)พ.ศ. 2534 ว่าด้วยเรื่องอุทธรณ์ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28ตุลาคม 2534 ฎีกาของโจทก์ทั้งสามไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา โจทก์ทั้งสามเห็นว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2534หาได้ใช้บังคับในวันที่ 28 ตุลาคม 2534 ไม่ แต่ได้ใช้บังคับเมื่อครบกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศใน…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลในการฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสองในประเด็นว่า เหตุที่หนังสือมอบอำนาจของจำเลยทั้งสองไม่ได้มีข้อความที่จะรับฟังได้ว่าเป็นการโอนที่ดินเพื่อชำระค่านายหน้าใ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า ผู้คัดค้านฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนที่ฎีกาว่าเป็นฟ้องซ้ำนั้น เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระจึงไม่รับฎีกาของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านเห็นว่า คดีนี้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2เป็นการแก้ไขมาก จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาว่าผู้ร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ซ้ำกับผู้คัดค้าน ทำให้ ผู้คัดค้านเสียสิทธินั้น ก็เป็นข้อกฎหมายที่เป็นสาระสำคัญ แก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทมีราคาเกินสองแสนบาท เพราะราคาที่ดินพิพาททั้งแปลงตาม สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์ และจำเลยมีราคาถึง220,000 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ที่แท้จริง ในคดี ส่วนการที่โจทก์ และจำเลยแถลงตกลงว่าที่ดินพิพาทมีราคา 195,000…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกา ไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์ทั้งหกเห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายแม้ว่าทุนทรัพย์ในคดีนี้จะไม่เกิน 200,000 บาท โจทก์ชอบที่จะฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยถอนคำคัดค้านแนวเขตต่อเจ้าพ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาในประเด็นที่ว่า ตามสัญญาซื้อขาย และบันทึกการชำระเงินถือว่าจำเลยได้สละเงื่อนเวลา การชำระ เงิน คงเหลือเพียงเงื่อนไขการโอนที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญา ฎีกาในประเด็นที่ว่า เมื่อสัญญาซื้อขายมิได้ กำหนดเวลาในการปฏิบัติตามสัญญาไว้ก็ต้องนำ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ซึ่งเป็นกฎ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อกฎหมาย คือ เมื่อ จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทมาเกินกว่า 10 ปี จำเลย ย่อมได้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอย่างชัดแจ้งและเป็นสาระสำคัญแห่งคดี ทั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขอ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาข้อ 3 ของโจทก์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหาย เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงจึงต้องห้าม ส่วนฎีกาข้อ 2 แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควร ได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายเป็นจำนวนมากกว่า 441,000 บาท ซึ่งทุนทรัพย์ พิพาทกันในชั้นฎีกาจะต้องถือเอาทุ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าใบแต่งทนายของโจทก์ชอบหรือไม่ เป็นฎีกาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่า การที่ ศาลฟังว่าเอกสารหมาย จ.2 จำเลยต้องรับผิดตามกฎหมายโดย ไม่เห็นว่าเป็นการกระทำทุจริตของพนักงานโจทก์ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับ ฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ร…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์เห็นว่า การแปลงหนี้จากสัญญายืมมาเป็นเช็ค จะถือว่าสัญญายืมไร้ผล ต่อเมื่อมีการเรียกเก็บเงินตามเช็คได้แล้ว และจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์เพราะไม่มีบันทึกการชำระหนี้ ตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ (ที่ถูกน่าจะเป็นจำเลย) เป็นการฎีกา ในข้อเท็จจริง เมื่อเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ซึ่งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จึงไม่ต้…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทจึงต้องห้าม ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ส่วนที่จำเลยยื่นฎีกาในข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง และฟ้องซ้อนนั้น เห็นว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบ ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ ที่พิพาทในขณะยื่นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยข้อ ก.เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งใช้บังคับคดีนี้ในขณะที่ยื่นฎีกาด้วย จึงไม่รับฎีกาข้อ ก. ส่วนฎีกาข้อ ข. เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาเฉพาะข้อ ข. จำเลยเห็นว่า คดีนี้ยื่นฟ้องก่อนวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ใ…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ ที่พิพาทในชั้นฎีกาเพียง 79,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์โต้แย้งเรื่องการรับฟังพยาน หลักฐานของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ผู้ที่มีชื่อในคู่มือจดทะเบียนรถยนต์นั้นเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์ จะต้องรับผิดเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น และสภาพนิติบุคคลยังคงอยู่ตลอดไปจนกว่าผู้ชำระบั…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
ป.วิ.พ. มาตรา 249
ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรค 2 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาค…
Read full text
Sections also considered:
ป.วิ.พ. มาตรา 248
Does this section affect your situation?
Request a Consultation
A lawyer can review the facts and explain the options that fit your situation
Text for research only. The authoritative text is the one published in the Royal Gazette. · ชุดข้อมูลตัวบทกฎหมายไทย (Dhamanoon/thai-code-of-law_dataset, CC-BY 4.0) คัดจากฉบับรวมแก้ไขของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา